
จากกรณี พระนันทวัฒน์ อิทธิเตโช อายุ 34 ปี พระลูกวัด วัดตาลปากลัด ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีน้ำหนักตัวมากถึง 260 กิโลกรัม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทั้งสูญเสียการมองเห็นที่ตาซ้าย ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ต้อหิน และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อีกทั้งไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ โดยเจ้าตัวแสดงความประสงค์อยากเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันการกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในอนาคต
ล่าสุด นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผอ.รพ.บ้านโป่ง พร้อมด้วย นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ผอ.รพ.สงฆ์ พร้อมทีมแพทย์ และทีมสาธารณสุขอำเภอบ้านโป่งลงพื้นที่ไปยังวัดตาลปากลัด เพื่อเยี่ยมพูดคุยประเมินอาการ และแนวทางการรักษาร่วมกับพระนันทวัฒน์ รวมถึงเจ้าอาวาสและผู้ที่เกี่ยวข้อง
นพ.วิบูลย์ ผอ.รพ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า หลังจากได้พูดคุยและประเมินอาการเบื้องต้น พบว่า พระนันทวัฒน์ อยู่ในภาวะโรคอ้วนขั้นรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โรคอ้วนไม่ใช่เพียงเรื่องของการรับประทานอาหารมากเกินไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน และกลไกการควบคุมความอยากอาหาร ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยตนเอง
สำหรับแนวทางการรักษา จะต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากพระนันทวัฒน์ มีน้ำหนักตัวมากถึง 260 กิโลกรัม การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทั้งอายุรแพทย์ จิตแพทย์ แพทย์ต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด และพยาบาล เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาอย่างรอบด้าน
ก่อนหน้านี้ พระนันทวัฒน์เคยเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.บ้านโป่ง และสามารถลดน้ำหนักมาได้ประมาณ 20 กิโลกรัม แต่เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ น้ำหนักก็กลับเพิ่มขึ้นอีกทุกปี ดังนั้น หากจะพิจารณาการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร จะต้องประเมินความพร้อมทั้งด้านร่างกายและการดูแลตนเองหลังการผ่าตัด เพื่อให้การรักษาเกิดผลในระยะยาว เพราะพระนันทวัฒน์เป็นพระสงฆ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน การรักษาทุกขั้นตอนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
โดยทาง รพ.บ้านโป่ง จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับทาง รพ.สงฆ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจว่า พระนันทวัฒน์จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย แม้การผ่าตัดจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ความสำเร็จของการรักษาจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ จึงเชื่อว่าการผ่าตัดจะเป็นแนวทางที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาวได้ดีกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
Advertisement