
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดกระแสไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการแชร์คลิปวิดีโอจากเฟซบุ๊ก สิม งามเชย เป็นคลิปวิดีโอหญิงชรานั่งร้องไห้ด้วยความดีใจ หลังสามารถสแกนใบหน้าเพื่อใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)ได้สำเร็จ เนื่องจากก่อนหน้านี้หญิงชรามีอาการป่วยจนต้องโกนผม ทำให้ใบหน้าไม่ตรงกับรูปถ่ายในระบบและไม่สามารถสแกนผ่านที่ร้านค้าหลายแห่งได้ จนเกิดความท้อแท้นั้น
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับนางสาวพลอน อายุ 76 ปี ชาวบ้านตะครองใต้ ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
น.ส.พลอน เปิดเผยว่า ตนได้รับเงินสวัสดิการแห่งรัฐตามปกติ และเมื่อทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการเติมเงินเพิ่มให้อีก 1,000 บาทต่อเดือน ก็รู้สึกดีใจมากและตั้งใจจะนำไปซื้อของให้หลาน
แต่เนื่องจากเมื่อเดือนที่ผ่านมาตนป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกและต้องเข้ารับการทำเคมีบำบัด แพทย์จึงต้องโกนผมออกทั้งหมด เมื่อนำบัตรไปใช้สิทธิที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ระบบกลับสแกนใบหน้าร่วม 20 ครั้งไม่ผ่าน ตนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการทาแป้ง และเดินสอบถามหาวิกผมจากชาวบ้านเพื่อมาสวมทับ แต่ก็ไม่มีใครมี ทำให้รู้สึกหมดหวัง
นางสาวพลอน กล่าวต่อว่า ตนตัดสินใจเดินไปยังร้านค้าแห่งสุดท้ายในหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป การสแกนในรอบแรกยังคงไม่ผ่าน ทำให้ตนรู้สึกน้อยใจจนพูดไม่ออก แต่เมื่อเจ้าของร้านพยายามสแกนให้อีกครั้งปรากฏว่าระบบยืนยันตัวตนสำเร็จ ตนรู้สึกดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และร้องไห้ออกมาตามที่ปรากฏในคลิป
ทั้งนี้ ตนอยากวอนขอผู้ใจบุญช่วยบริจาควิกผมเก่าๆ เพื่อนำมาสวมใส่สำหรับการสแกนใบหน้าซื้อสินค้าในครั้งต่อไปจะได้ไม่เกิดปัญหาอีก
ด้านนางสิม งามเชย อายุ 65 ปี เจ้าของร้านค้าที่ช่วยเหลือ เล่าว่า ตนเห็น น.ส.พลอน เดินมาด้วยท่าทีหมดหวังและระเหี่ยใจ เมื่อสอบถามจึงทราบว่าสแกนใบหน้าไม่ผ่านเลยสักร้าน ตนจึงอาสาช่วยหามุมที่เหมาะสมในการสแกน แม้ครั้งแรกจะไม่ผ่านแต่เมื่อลองเปลี่ยนมุมใหม่ก็สามารถสแกนได้สำเร็จ น.ส.พลอน ดีใจมากจนร้องไห้ออกมาพร้อมกับพูดพรรณนาด้วยความตื้นตัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ที่อยู่ในร้านบันทึกคลิปวิดีโอไว้และนำไปโพสต์จนมีผู้เข้ามาแสดงความยินดีและเอ็นดูคุณยายเป็นจำนวนมาก
Advertisement