
จากกรณีรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่มเติม ในการรับ ลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนรอบใหม่ โดยมีข้อห้ามเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องดังกล่าว พบว่า ไม่เห็นด้วยหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว
เช่น น.ส.นทิพย์รดา สำนักพงษ์ บอกว่า ตนเองไม่เห็นด้วย การที่ตนเองเป็นลูกจ้างใช้สิทธิประกันสังคม แล้วเอาพ่อแม่ไปยื่นหักลดหย่อนภาษี มันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว สำหรับคนทำงานในการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา แต่มาวันนี้รัฐกำหนดไม่ให้เอาไปหักลดหย่อนภาษี หากพ่อแม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่เห็นกับหลักเกณฑ์ใหม่ ส่วนตัวไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะทำงานเป็นลูกจ้าง ใช้สิทธิ์ประกันสังคม แต่ได้ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส หากพ่อแม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากต้องยื่นภาษีก็ควรจะยังมีสิทธิยื่นหักลดหย่อนภาษีได้ตามปกติ
เช่นเดียวกับนางโสภิดา ช่วยยก บอกว่า ตนเองไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะลูกๆ ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ เขาก็ต้องดูแลพ่อแม่ แต่มาตัดสิทธิ์ หากพ่อแม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเอาไปคำนวณลดหย่อนภาษีไม่ได้ ตนไม่เห็นด้วย เพราะบางครอบครัวอาจยังลำบาก เหมือนตนเป็นเกษตรกรก็ควรจะยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เช่นเดียวกับนักเรียน นักศึกษา ก็ควรจะให้สิทธิน้องๆ ได้รับด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน จะได้นำเงินส่วนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นได้ เพราะน้องๆ บางคนครอบครัวอาจฐานะไม่ดี ยังลำบากอยู่ หากได้สิทธินี้ก็จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้
ขณะที่ น.ส.วิลาสิณี สังข์ขาว นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร กล่าวว่า รัฐไม่ควรตัดสิทธินักเรียน นักศึกษา เพราะจะได้นำเงินไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ จะสามารถช่วยลดภาระพ่อแม่ผู้ปกครองได้ เพราะนักเรียน นักศึกษาบางคนครอบครัวยังลำบากจึงควรจะส่งเสริมสนับสนุนค่าใช้จ่าย เหมือนตนเองปกติจ่ายค่าหอพักหารกับน้องอีกคน จ่ายเดือนละ 1,000 กว่าบาท ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวแม่ให้อาทิตย์ละ 1,000 บาท ตกเดือนละ 4,000 บาท หากว่ารัฐให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก จะได้นำเงินไปซื้อของเข้าหอพัก เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว
Advertisement