
วันที่ 27 ม.ค.2569 ภายหลังจากโซเชียล นำคลิปมุมสูง และภาพนิ่งไป โพสต์ สื่อสังคมออนไลน์ กรณี ที่ สีน้ำในคลองห้วยตะเฆ่ ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี มีสีดำเข็ม และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณบางจุดบนผืนน้ำ โดยเฉพาะขอบริมตลิ่ง มีคราบคล้ายฟิล์มบางๆเกาะอยู่บนผิวน้ำ ลักษณะเป็นสีคล้ายสีสนิม และมีฟอง กระจายไปทั่วบริเวณ แต่ที่สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนคือกลิ่นน้ำที่เหม็นมาก ลักษณะกลิ่นคล้ายสารเคมี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพและสระบุรี ได้นำอุปกรณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ และผู้เชียวชาญเข้าตรวจสอบบริเวณ บนสะพาน ห้วยตะเฆ่ เพื่อนำน้ำบริเวณดังกล่าวไปตรวจสอบ
นางสาว รชธภร ฐานะวร ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี เผยว่า น้ำสีดำดังกล่าว และมีกลิ่น เกิดจากจุลินทรีย์ในน้ำ เกิดปฏิกริยา ทำให้เกิดก๊าซ ไข่เน่า หรือไนโตรเจนซันฟาย ทางกรมควบคุมมลพิษ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวัง พร้อมทั้ง คอยตรวจสอบ น้ำบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้ง ทยอยเก็บตัวอย่างน้ำ ตั้งแต่ช่วง ปี 2568 จนถึง ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นต้องรอผลตรวจ อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง
ที่ผ่านมา ประเด็นที่พบบ่อย เกิดจากปัจจัยจากการลักลอบปล่อยน้ำเสีย จากผู้ประกอบการ ต้นน้ำ ซึ่งก็มีหลายแหล่ง จากข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นแหล่ง ผู้ประกอบการ ใดกันแน่ ที่ลักลอบปล่อยน้ำเสีย เนื่องจากคลองดังกล่าวมีจุดเชื่อมโยงทอดยาวผ่านหลายตำบลหลายอำเภอ ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ส่วนสัตว์น้ำ ที่อาศัยอยู่ในคลองดังกล่าว คาดว่า น่าจะได้รับผลกระทบรวมไปถึงชาวบ้านที่ อาศัย ริมคลอง ซึ่งน้ำในคลองดังกล่าวมีสีดำและกลิ่นเหม็น ทางเจ้าหน้าที่แน่นำ ห้ามนำไปอุปโภค และอาจส่งผล กระทบด้านเกษตรกรรม ด้วย
จากเหตุการณ์น้ำสีดำและเหม็น ทำให้ได้รับผลกระทบ เป็นวงกว้างกับ ชาวบ้านหรือแม้แต่ ผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนี้ ต้องได้รับผลกระทบด้านกลิ่น ส่งผลต่อสุขภาพ ไปด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ จากกรมควบคุมมลพิษที่เดินทางมาจากกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากกลิ่นที่ได้รับเป็นกลิ่นสารเคมีอย่างชัดเจน คือลักษณะ สารเคมีที่เป็นกลุ่มขยะสารเคมี ซึ่งมีการหมักหมม มานานซึ่งจากข้อมูลปีที่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าน้ำสีดำและกลิ่นเหม็นลักษณะนี้ มาจากแหล่งที่มาจากไหนกันแน่ โดยด้านเจ้าหน้าที่ ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งๆ ปีที่ผ่านมา ก็มีการเก็บตัวอย่างน้ำไป ตรวจมาแล้ว และก็เกิดขึ้นอีก ซ้ำๆ กับเหตุการณ์ เดิมๆ แต่เชื่อว่าชาวบ้าน จะทราบดี ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ มาจาก แหล่งที่มาจากไหน
นายไสว พยัคฆา อายุ 70 ปี ชาวนา พื้นที่ใกล้คลองดังกล่าว ซึ่งเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าสเหตุ น่าจะเกิดจากบ่อขยะ ขนาดใหญ่ หรือบ่อขยะสารพิษ ที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่รู้ดี ซึ่งที่ผ่านมา บ่อขยะดังกล่าว ทางชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสาเหตุ ซึ่งทุกปีจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ พอเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ก็จะมาเก็บตัวอย่างน้ำทำ แบบนี้โดยไม่แก้ไขถึงต้นต่อ หรือดำเนินการณ์ ตามกฎหมาย กับแหล่งที่มาของต้นเหตุน้ำสีดำและเหม็นอย่างจริงจัง ซึ่งน้ำสีดำ ตนเองและชาวบ้านคงไม่กล้านำไป อุปโภคแน่นอน แต่ด้านการเกษตรกรรม ตนเองคงไม่สามารถหลีกเลี้ยงได้ เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำ อื่นนอกจากคลองเส้นนี้แต่ก็จะใช้น้ำสีดำนี้ ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่มีตัวเลือกน้ำที่อื่นก็คงต้อง ก้มหน้าใช้น้ำ สีดำและเหม็น ๆนี้ ปลูกข้าว ในฤดูการณ์ต่อไป
ด้านนายธนาวุธ โนราช ผอ.ส่วนตรวจและบังคับกฎหมายสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ผ่านมาทางกรมควบคุมมลพิษได้ วางแผนงานคลองดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวัง 17 จุด ตามแผนตลอดปี ซึ่งน้ำตัวอย่างล่าสุดได้เก็บ ก่อนหน้าแล้ว และวันนี้ก็เก็บตัวอย่างน้ำไปเพิ่มเติม ส่วนการอธิบายปัญหาน้ำสีดำและเหม็น เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน ในละแวกดังกล่าว ห้ามนำน้ำไปอุปโภคหรือใช้ในครัวเรือนแล้วและหลังจากนี้ผลตรวจน้ำดังกล่าว คาดว่าจะออกผลตรวดน้ำที่เก็บตัวอย่างไป ผลประมาณ 15-30 วันนี้
อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ หากไม่จำเป็นมากก็ควรหลีกเลี่ยงห้ามนำน้ำในคลองหรือแม้แต่สัตว์น้ำ ห้ามเด็ดขาดเพื่อสุขภาพของตนเอง
Advertisement