
วันที่ 6 พ.ค.69 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์คลิปวิดีโออุบัติเหตุจำนวน 2 คลิป พร้อมกับระบุข้อความไว้ว่า "มึงมันเกินคน มึงมันเกินไป มึงทำน้องกูเกินไป ใจมึงทำด้วยอะไร มึงต้องทำมันขนาดนี้ใจมึงอำมหิตเกินคน"
จากคลิปวิดีโอดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้ติดต่อและนัดพบกันที่ในตัวเมืองสระบุรี เพื่อขอทราบรายละเอียด โดยนายรัน นามสมมุติ อายุ 46 ปี ซึ่งมีความสนิทสนมกับผู้เสียชีวิตมากว่า 20 ปี จึงนับถือกันเสมือนผู้เสียชีวิตเป็นน้องชายแท้ๆ พร้อมกับให้ดูรูปภาพสภาพศพและคลิปวิดีโอ ด้วยความรู้สึกเสียใจ และเล่ารายละเอียดว่า
นายรัน เล่าว่า ตนเองทราบข่าวร้าย เมื่อช่วงเวลาประมาณ 08:00 น. โดยมีน้องที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุโทรศัพท์มาแจ้งว่าน้องชายที่ตนนับถือถูกรถชน ซึ่งในตอนนั้นยังไม่เห็นคลิปเหตุการณ์ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 09.00-10.00 น. จึงได้เห็นคลิปที่มีคนนำมาลงในเฟซบุ๊ก
ด้วยความสงสัย ตนจึงโทรไปสอบถามผู้ที่โพสต์คลิป จนทราบว่าเป็นการแชร์ต่อกันมา จึงขอคลิปดังกล่าวมาลงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องชาย
จากความสนิทสนมทางฝ่ายหญิง (ผู้ก่อเหตุ) และฝ่ายชาย (ผู้เสียชีวิต) มักจะมาหาตนเสมอ ก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายเคยมาปรึกษาและบอกกับตนหลายครั้งว่า "ผมไปด้วยกันไม่ได้พี่" และตั้งใจจะเลิกรากับฝ่ายหญิง ซึ่งตนก็ได้แต่เพียงเตือนให้ดูแลตัวเองดีๆ
โดยทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างมีลูกติด ฝ่ายชายมีลูกคนเล็กที่ยังเด็กมากอายุเพียง 2-3 ขวบ ส่วนฝ่ายหญิงลูกโตแล้วอายุประมาณ 14-15 ปี แม้ภาพลักษณ์ภายนอกที่เห็นจากการโพสต์รูปจะดูเหมือนไปเที่ยวไปกินด้วยกันตามปกติ แต่ลึกๆ แล้วมีความขัดแย้งแฝงอยู่
หลังจากที่ได้เห็นคลิปและฟังข้อมูลจากคนอื่นๆ เจ้าตัวเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุ แต่เป็นความจงใจเขามีเจตนาอยู่แล้ว เจตนาที่จะขับชนและเหยียบซ้ำเลย และตั้งข้อสังเกตถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ว่า หากเป็นคนที่ไม่รู้จักกันขับรถชน อย่างน้อยก็ต้องลงมาดูหรือโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แต่ตามที่ปรากฏในคลิปพบว่าผู้ก่อเหตุ (ซึ่งเป็นภรรยา) กลับใช้เท้าเหยียบซ้ำ ซึ่งถือว่าเกินไปมาก และคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากความโกรธแค้นรุนแรง
ตนเองสงสารน้องชายเป็นอย่างมาก เพราะฝ่ายชายมีงานประจำทำและมีภาระต้องดูแลลูก ตอนรักกันมันก็ดี แต่พอโกรธกันไม่น่าถึงขนาดนี้
สำหรับความคืบหน้าทางคดี ในขณะนี้ฝ่ายผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยมีพี่สาวของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ดำเนินการติดตามคดีและให้ปากคำที่โรงพักอย่างใกล้ชิด
Advertisement