
เกิดเหตุก๊าสระเบิดภายในเหมืองถ่านหิน "หลิวเสินอวี่" (Liushenyu Coal Mine) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทถงโจว กรุ๊ป ในมณฑลซานซี ประเทศจีน เมื่อเวลา 19.29 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือยังดำเนินต่อเนื่อง ท่ามกลางการระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยนายเข้าพื้นที่
รายงานระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ภายในเหมืองทั้งหมด 247 คน โดยขณะนี้ยังมีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 27 คน ในจำนวนนี้ 1 คนอาการวิกฤต ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมก๊าซพิษ แม้ทางการยังไม่ยืนยันชนิดของก๊าซดังกล่าว
หนึ่งในคนงานเหมืองที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยกับสื่อรัฐจีนว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงระเบิด แต่เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมได้กลิ่นกำมะถันก่อนมีการระเบิดภายในเหมือง โดยชายรายนี้เล่าว่า ตนตะโกนให้ทุกคนวิ่งหนี ระหว่างวิ่งเห็นหลายคนล้มลงเพราะควันพิษ ก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไปด้วย ก่อนจะฟื้นขึ้นมาหลังผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง และช่วยปลุกเพื่อนร่วมงานอีกคนหนีออกมาจากพื้นที่
หลังเกิดเหตุประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน สั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้มีการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
สื่อทางการจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ผู้บริหารเหมืองถูกควบคุมตัวแล้ว ขณะที่ผลตรวจเบื้องต้นพบระดับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ภายในเหมือง "เกินค่ามาตรฐาน" ซึ่งก๊าซชนิดนี้เป็นก๊าซพิษร้ายแรง ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น
ด้านกระทรวงบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของจีน ได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยรวม 345 นาย จาก 6 ทีม เข้าสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ชีพในพื้นที่
ทั้งนี้ เหมืองหลิวเสินอวี่เคยถูกสำนักงานความปลอดภัยเหมืองแร่แห่งชาติจีนจัดให้เป็น “พื้นที่เสี่ยงอันตรายร้ายแรงด้านความปลอดภัย” เมื่อปี 2024 ขณะที่บริษัทถงโจว กรุ๊ป ผู้ดำเนินกิจการเหมือง ยังเคยถูกลงโทษทางปกครองถึง 2 ครั้งในปี 2025 จากปัญหาด้านความปลอดภัย
มณฑลซานซีถือเป็นแหล่งผลิตถ่านหินสำคัญของจีน คิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 ของผลผลิตถ่านหินทั้งประเทศ แม้จีนจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปในปี 2023 เคยเกิดเหตุเหมืองเปิดถล่มในเขตมองโกเลียใน คร่าชีวิตผู้คน 53 ราย ขณะที่ในปี 2009 เหตุระเบิดเหมืองในมณฑลเฮย์หลงเจียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย
Advertisement