
เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิ (ปภ.) สรุปรายงานสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ
จากการสำรวจพบพื้นที่ประสบภัย รวม 9 อำเภอ คือ1.อำเภอเนิ่นสง่า 2.อำเภอหนองบัวระเหว 3.อำเภอบำเหน็จณรงค์ 4.อำเภอเทพสถิต 5.อำเภอภูเขียว 6.ภักดีชุมพล 7.อำเภอซับใหญ่หนักสุดในเขตอำเภอบ้านเขว้าและเมืองชัยภูมิ มีคอกเลี้ยงสัตว์ ยุงฉางและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแล้วจำนวน 200 หลังคาเรือน นอกนั้นแรงลมกันโชคแรงพัดกระหน่ำเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ริมถนนสาย2055ชัยภูมิ-บ้านเขว้า ช่วงหมู่บ้านหัวหนอง ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โค้นล้มจำนวน12ต้น ต้องหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นบริเวณกว้างนานนับ5ชั่วโมงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันจำนวนมาก
ขณะเดียวกันที่อำเภอบ้านเขว้าก็มีพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงทำให้สถานที่ราชการ เช่นหอประชุม โรงจอดรถของอำเภอบ้านเขว้าพังเสีย และยังมีบ้านเรือนของชาวบ้านในเขตเทศบาลอำเภอบ้านเขว้าพังเสียหายกว่า50หลังคาเรือน ต้นไม้ใหญ่ในสถานที่ราชการ สานธารธารณะ หักโค่นเป็นจำนวนมากทั้งนี้ยังมีรถของกลางของสภ.บ้านเขว้าถูกแรงพายุพัดต้นไม้หักใส่รถที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวเสียหายเล็กน้อยอีกด้วย
ล่าสุดวันนี้ เมื่อเวลา11.30 น.วันที่ 3 พ.ค.59 ด้านนายพลวรรธนพล ศักดิ์วรรธนชัย นายอำเภอ บ้านเขว้า ได้สั่งการให้ผู้นำชุมชน และอส.เร่งออกสำรวจความเสียหายแก่ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุที่พัดกระหน่ำเมื่อช่วงบ่ายของวันที่2 พ.ค.69 ที่ผ่านมาพร้อมประสานไปยังท้องถิ่นที่รับผิดชอบเร่งสำรวจและตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนส่งรายงานให้ทางจังหวัดรับทราบเพื่อทำการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ต่อไป
ด้านนางสุมาลี อ่อนชัยภูมิ อายุ79ปี บ้านเลขที่488หมู่1 ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุหอบเอาหลังคาบ้านปลิวไปกับแรงลมในครั้งนี้ เผยว่าตนเองน้ำตาล่วงร่ำไหไห้จนเข่าทรุด หลังทพบว่าบ้านเจอพายุพัด ซึ่งในช่วงที่เกิดพายุพัดนั้นตนไม่ได้อยู่บ้าน โดยไปทำธุระกับลูกที่ในเมืองชัยภูมิ และระหว่างเดินทางกลับนั้นตนก็เจอกลับพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงตลอดเส้นทาง พยายามขับรถมาช้าๆและระลึกถึงเจ้าพ่อพระยาแลตลอดทางขอให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่เมื่อมาถึงบ้านตนมาเจอสภาพบ้านที่ถูกแรงพายุพัดหอบเอาหลังคาบ้านที่พึ่งเปลี่ยนใหม่ปลิวไปกับแรงลมไกลกว่า20เมตร โดยหลังคาบ้านปลิวไปตกที่ริมถนนและรั้วของอำเภอ ตนเองถึงกับร่ำไห้จนเข่าทรุดเกิดมาอายุ79ปีก็พึงเคยเจอพายุลูกเห็บและลมฝนแรงขนาดนี้ ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าตู้เสื้อผ้าข้าวของในบ้านเปียกฝนได้รับความเสียหายในครั้งนี้
ขณะนี้ทางอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการโดยเร่งด่วน
Advertisement