
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาล ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ภายหลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯ โดยมีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ จำนวน 27 ราย พร้อมเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท
ล่าสุด (1 พ.ค. 2569) ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ว่า ภายหลังจากการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมืองนคราชสีมา จ.นครราชสีมา ที่ถูกผู้กระทำผิดกล่าวแอบอ้างใช้เป็นสถานที่แจ้งเกิดปลอม จนได้รับความเสียหาย ซึ่งจากการตรวจสอบ ยังพบจำนวนรายชื่อที่แจ้งเกิด เพิ่มอีก 28 ราย รวมเป็น 45 ราย โดยรายชื่อดังกล่าวเป็นชื่อของชาวจีนทั้งหมด ซึ่งตนได้มีการร่วมประชุมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารีแล้ว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและทางโรงพยาบาลฯ ยืนยันจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า มีการแจ้งเกิดปลอมเพิ่มขึ้นอีกทั้งหมด 28 ราย ซึ่งถ้าดูจากรายชื่อจะพบว่าชื่อที่แจ้งเกิดเป็นชาวจีนทั้งหมด โดยไม่มีบุคคลสัญชาติไทยอยู่แล้ว และจุดสังเกตอีกอย่างก็คือ ชื่อเด็กที่แจ้งเกิด เป็นคู่แฝดถึง 6 คู่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ในช่วงเวลาที่แจ้งเกิดนั้น เป็นการแจ้งเกิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิถุนายน 2568 มีการแจ้งเกิดทั้งหมด 6 รายภายในเดือนเดียว ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้กักตัวชาวจีนเอาไว้ 2 คนที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีสถานที่แจ้งเกิดอยู่ในพื้นที่ ต.โพธิ์กลาง ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบ และตนเชื่อมั่นว่าจากการร่วมมือกันจะช่วยกันขจัดเรื่องที่เกิดขึ้นจนหมดไปให้ได้
Advertisement