
วันที่ 28 เมษายน 2569 ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้ลงพื้นที่ไปยัง บ้านหลุ่งประดู่ หมู่ที่ 7 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลตำบลโพธิ์กลางได้กระทำความผิด โดยทำการแจ้งเกิดเท็จให้กับกลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ทั้งหมด 27 ราย โดยมี 3 ราย ที่แจ้งเกิดเท็จ ได้ย้ายมาลงบ้านเลขที่ 68 หมู่ 7 บ้านหลุ่งประดู่ ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
แต่จากการตรวจสอบ พบว่า บ้านเลขที่ 68 นั้น ได้ทำการรื้อถอนย้ายออกไปจากพื้นที่แล้ว ปัจจุบันบ้านเลขที่ 68 เป็นพื้นที่ว่างเปล่า โดยเป็นที่ดินของสปก. จำนวน 1 ไร่ 3 งาน และส่วนพื้นที่ที่สร้างบ้าน มีประมาณ 50 ตารางวา
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ ยังพบเสาปูนที่ถูกวางทิ้งไว้ มีหญ้าขึ้นปกคลุมอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย
โดยนางสาวสายฝน อาสา อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว บอกว่า “บ้านเลขที่ 68 ได้รื้อถอนและย้ายออกไปแล้วเมื่อปี 2566 โดยบ้านเลขที่ 68 มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 4 คน เป็น พ่อ แม่ และลูกสาวอีก 2 คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนไม่เคยเห็นคนนอกเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว”
จากนั้น ได้มีการติดต่อไปยังนางแสงจันทร์ คืมสูง อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 68 โดยนางแสงจันทร์ เล่าว่า “ตนได้ทำการรื้อถอนย้ายบ้านออกไป เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2566 และได้ไปแจ้ง อบต.หลุ่งประดู่ เอาไว้แล้ว โดย อบต. ได้ออกเอกสารหลักฐานการรื้อถอนบ้านเอาไว้ ซึ่งตอนแรกนั้น ยังไม่รู้ว่ามีคนย้ายเข้ามาที่บ้านเลขที่เก่าของตน แต่มาทราบในช่วงเลือกตั้ง อบต. เมื่อช่วงต้นปี 2569 เนื่องจากในใบแจ้งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พบว่า บ้านเลขที่เก่าของตน มีชื่อคนอื่นมาอาศัยอยู่หลายคน โดยเฉพาะเด็ก 3 คน ที่มีชื่อเหมือนชาวต่างชาติ ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งผ่านไป ทางอำเภอห้วยแถลงได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบ พร้อมกับเชิญตนเข้าไปให้การกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายเข้าของชาวต่างชาติ”
ด้าน ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง กล่าวว่า “วันนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งให้กับทางจังหวัด , ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อทำการสืบสวนและขยายผลว่า มีขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร ซึ่งตนมั่นใจว่า เหตุทุจริตที่เกิดขึ้นน่าจะมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง เพราะเชื่อว่า คนคนเดียวไม่สามารถจะทำเรื่องนี้ได้ต้องมีคนเกี่ยวข้องอีกแน่นอน
Advertisement