
วันนี้ (9 มิ.ย. 69) เวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะ ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ณ โกดังโรงงานเก็บสารเคมี ในพื้นที่พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเดินทางกลับมาจากประเทศเวียดนาม ซึ่งเมื่อลงเครื่องมาก็พบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านก็พาตนมาที่นี่เลยเพื่อมาแจ้งข่าวสำคัญว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร DSI ได้ร่วมกันพบว่ามีการลักลอบเก็บสารเคมีที่จากการนำสืบเชื่อได้ว่า จะนำไปสู่กระบวนการการผลิตยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานในประเทศที่ร่วมมือกันในปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ยังมีการร่วมมือกันของสำนักข่าวกรแห่งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายคือการตัดตอนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือ จากรัฐบาลเกาหลี ซึ่งได้ขยายผลทางการข่าว และส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญคือนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน "ซึ่งไม่ใช่หนู" ซึ่งได้ถูกส่งตัวมาอย่างทางการไทยแล้ว และอยู่ในการคุมขังควบคุมตัวอยู่ หลังจากที่หนีออกจากประเทศไปถึง 14 ปี
ทางสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ร่วมร่วมกันขยายผลทราบว่านายหนูเฉินมีเครือข่ายเชื่อมโยงทางธุรกรรมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในธุรกรรมนั้นคือการลักลอบซื้อขายสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ ที่นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้มีการปฏิบัติการทั้งสิ้นสามบริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี รวมทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (ผิดกฎหมาย) และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ดังนั้นการปฏิบัติการครั้งนี้จึงถือเป็นการผลิตกำลังกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง และตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราสามารถตรวจยึดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน, กรดไฮโดรคลอริก, กรดอะซิติก และไดออกทิล ทาเลต รวมทั้งหมด 50 ตัน ซึ่งความสำคัญที่เป็นสาระของการต้องมีสารเหล่านี้ คือ หากสารเคมีทั้งหมดนี้ถูกส่งไปที่โรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถผลิตยาบ้าได้ถึงปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าทั้งปี หรือเทียบเท่ากับการผลิตยาไอซ์ได้ถึง 21 ตัน
ฉะนั้น รัฐบาลถือว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายกฎหมาย และไม่มีความหวังดีต่อประเทศ มีความมุ่งร้ายต่อเยาวชนที่ต้องการให้เป็นทาสของยาเสพติดทั้งในและนอกราชอาณาจักร เราจึงมีนโยบายที่จะจัดการกับภัยคุกคามนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบยาเสพติดหรือสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดให้อยู่ในประเทศไทยหรือถูกนำส่งข้ามแดนไป เจ้าหน้าที่ของรัฐก็พร้อมที่จะเดินหน้าปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพติดด้วยความจริงจัง ตามนโยบาย “พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ผู้มีอิทธิพลไม่จำเป็นต้องเป็นอันธพาล อิทธิพลในทางที่ดีก็มี แต่ในภาษากฎหมายผู้มีอิทธิพลก็รวมไปถึงพวกด้วย ซึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน คือเรามุ่งหน้าพิชิตอันธพาลเท่านั้น คนที่ดำเนินการใดๆ ก็ตาม ที่ทำผิดกฎหมายและท้าทายกฎหมาย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนทั่วไปก็ไม่ต้องเกรงกลัวว่าตกอยู่ในข่ายที่จะต้องทุกข์ดำเนินคดีแต่อย่างใด
“สิ่งที่ได้เห็นอยู่ในตอนนี้ก็คือ ความที่รัฐบาล ให้ความจริงจังต่อนโยบายปราบปราม และค้ายาเสพติดอย่างเข้มงวด ได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายพลเรือน และเชื่อว่าเจ้าพนักงานทั้งหมดก็คงได้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล และตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้น และมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนในปฏิบัติการของพวกเขาอย่างเต็มที่ ทุกการสนับสนุนจะได้รับการติดตามประเมินผล และแสดงความชื่นชมอย่างอย่างชัดเจน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในความพยายามและความเสียสละ ที่ทำให้สามารถเข้ามาถึงต้นตอ ซึ่งไม่ใช่การจับยาเสพติดที่ผลิตสำเร็จแล้ว แต่เป็นการมาจับถึงสารตั้งต้น เพราะหากสิ่งเหล่านี้หลุดไปก็จะก่อให้เกิดความเป็นไทยต่อความมั่นคงของชาติอย่างมากมาย และหลังจากนี้จะต้องการขยายผลออกไปเรื่อยๆ เพราะสารเคมีเหล่านี้ไม่สามารถนำมากักเก็บรักษาไว้ได้ ต้องดูต้นตอที่มาที่ไปว่ามีการลักลอบผิดกฏหมายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เจ้าของโรงงานแห่งนี้ ผู้ขนส่ง และเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็จะต้องถูกสืบสวนสอบสวนและขยายผลดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ตนเชื่อมั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ไปรายงานตนถึงบันไดเครื่องบิน ทั้งที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งที่ตนต้องให้ความสำคัญกับท่าน เพราะหากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือความน่ากังวลของพี่น้องประชาชน ท่านก็สามารถรายงานพรุ่งนี้หรือดำเนินการไปโดยไม่ต้องมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนให้รู้ แต่นี่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ร่วมร่วมกันขจัดยาเสพติด จึงถือเป็นความร่วมมือบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างดียิ่ง และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี จึงขอแสดงความชื่นชม และขอบคุณในความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคน
Advertisement