
(26 ก.ย. 2569) เวลา 10.00 น. นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด วิดีโอคอลผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์เข้าประชุมด้วย
ด้าน นายนิรัตน์ กล่าวเป็นคนแรกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตนทำงานร่วมกับนายธีรพัฒน์ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านส่งต่องาน ฉะนั้นขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรทำงานร่วมกันได้
ขณะเดียวกัน ตนขอนำส่งความห่วงใยและกำลังใจจากนายกรัฐมนตรีที่โทรมาให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะท่านรู้ว่าพวกเราเหนื่อย อดหลับอดนอนไปยังพื้นที่เสี่ยง จึงส่งกำลังใจมายังทุกคนที่ติดตามสถานการณ์อยู่ในขณะนี้
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดฃโดยเฉพาะ 21 จังหวัดที่มีสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ และออกไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย แต่หากมีการส่งกำลังพล อาทิ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทหาร หรือ ตำรวจ ไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อไปช่วยเหลือประชาชน ขอให้แวะไปเยี่ยมให้กำลังใจด้วย จะได้รู้ว่าเราทำงานร่วมกัน
ส่วนหากพื้นที่ใดมีการติดตั้งเครื่องมืออย่าง เครื่องสูบน้ำ นายกรัฐมนตรีต้องการให้ลงไปดู เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและช่วยกันประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทางจะได้ไม่เหนื่อยฟรี
ขณะที่ ความช่วยเหลืออื่นๆนั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า หากส่งไปถึงไหนแล้วให้สรุปเป็นภาพรวมอีกที พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รับฟังรายงานจาก ปภ. จังหวัด เพื่อให้รู้ข้อมูลจุดเสี่ยงในจังหวัดแต่ละวันว่าเพิ่มหรือลดน้อยลง ตลอดจนรู้ความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่ของท่าน และ รู้กลุ่มเป้าหมายเร่งด่วน จะได้ลำดับความสำคัญได้ถูก โดยเน้นไปที่การช่วยชีวิตกลุ่มเปราะบางให้ออกมาจากพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่น้ำจะท่วมบ้าน จากนั้นค่อยแก้ไขสถานการณ์ตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อลดความสูญเสีย แต่หากสถานการณ์มีความรุนแรงมากกว่านั้น ติดขัดอะไร หรือ ต้องการความช่วยเหลือให้ประสานไปยัง ปภ.จังหวัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
ขณะที่ นายธีรพัฒน์ กล่าวเป็นคนถัดไปว่า เมื่อวานได้มีการประชุมกันแล้ว โดยขอให้ศูนย์ต่างๆนำเครื่องจักรกลมาสแตนบาย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางตามแผน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ส่วนเฟคนิวส์ต่างๆ ขอให้ช่วยกันชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน
พร้อมระบุว่า เมื่อสักครู่ตนเพิ่งได้รับแจ้งมาว่านายกรัฐมนตรีจะมาประชุมที่ ปภ. ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย. 2569) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ดังนั้นขอให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมพร้อมประชุมและสแตนบาย ส่วนเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้น นายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) กล่าวรายงานสภาพอากาศเป็นคนถัดไปว่า ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน จะยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จากนั้นฝนจะเริ่มเบาบางลง และกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 2-3 ตุลาคม ฉะนั้นขอให้ทุกจังหวัดและพื้นที่ประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ แม้จะมีการแจ้งเตือนไปหลายครั้งแล้ว แต่บางพื้นที่อาจยังเข้าไม่ถึง จึงขอให้ประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง
Advertisement