
บรรยากาศที่ท้องสนามหลวงในช่วงบ่ายวันนี้ ยังคงมีพสกนิกรชาวไทยจากหลากหลายพื้นที่ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยประชาชนส่วนใหญ่นำพระฉายาลักษณ์ ดอกไม้ และสิ่งของที่ระลึกเกี่ยวกับพระองค์ท่านติดตัวมาด้วย
ด้าน นางสาวผุสดี วิเศษธรรมกุล อายุ 63 ปี กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นอย่างมาก เนื่องจากติดตามพระกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชันษาขึ้น ก็ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ ความเฉลียวฉลาด และพระอัธยาศัยอันงดงาม จึงเกิดความรักและความศรัทธาในพระองค์ท่านมาโดยตลอด
ตนประทับใจในพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายและทรงดำรงตำแหน่งอัยการ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร พระกรณียกิจทั้งหลายที่ทรงปฏิบัติล้วนมิได้ทรงกระทำเพื่อตนเอง หากแต่ทรงมุ่งประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติด้วยพระวิริยะอุตสาหะ โดยทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ในหลวงรัชกาลที่ 9
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตนเฝ้ารอคอยปาฏิหาริย์ด้วยความหวังมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงที่สุดแล้ว ปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องยอมรับความจริงด้วยความโศกเศร้า
ช่วงเวลาหนึ่งที่สร้างความประทับใจแก่ตนเป็นอย่างมาก คือการได้ฟังพระดำรัสที่ทรงมีต่อประชาชนว่า “ขอโทษนะที่มาช้าไป” ซึ่งทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ท่านมิได้ทรงห่วงพระองค์เอง หากแต่ทรงห่วงใยประชาชนอยู่เสมอ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ตนรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย และสถิต ณ สุคติภพตราบนิจนิรันดร์
สำหรับสิ่งที่ตนน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือการยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนว ในหลวงรัชกาลที่ 9 และถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวแก่ลูกหลาน เพื่อให้ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง รู้จักพึ่งพาตนเอง และสืบสานแนวพระราชปณิธานที่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงสืบทอดต่อมา
Advertisement