
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 เมษายน 2569 บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณถนนมะกรูด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ถนนข้าวยำ เขตอำเภอเมืองปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางออกมาเล่นสาดน้ำคลายร้อนกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้เปิดพื้นที่ถนนข้าวยำให้ประชาชนร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ตลอดแนวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร พร้อมไฮไลต์สำคัญคือ อุโมงค์น้ำพุ ที่มีความยาวถึง 650 เมตร ซึ่งถือว่ายาวที่สุดในประเทศไทย สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ที่มาเที่ยวเล่นน้ำเป็นอย่างมาก
จากการสำรวจพบว่า บรรยากาศในปีนี้มีความคึกคักมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประชาชนที่เคยขับรถวนเล่นน้ำรอบเมือง เปลี่ยนมาจอดรถและรวมตัวเล่นน้ำในจุดเดียว ส่งผลให้ถนนข้าวยำกลายเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่พาบุตรหลานออกมาร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น
นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมีการจัดกิจกรรมสร้างความบันเทิงอย่างหลากหลาย ทั้งการเปิดเพลง การจัดปาร์ตี้โฟมในบางจุด ส่งผลให้บรรดาหนุ่มสาวออกมาเต้นรำและเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้ม สะท้อนถึงสีสันของเทศกาลสงกรานต์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กลับมาคึกคักอีกครั้งในปีนี้ ทามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดงานด้วย
น.ส.สิปภาภัค ยืดยาว แม่ค้าถนนข้าวยำ เปิดเผยว่า วันนี้เรียกว่าคึกคักกว่าปีที่แล้วมาก ตั้งแต่ต้นจนสุดถนนมีคนเยอะมาก เนื่องจากราคาน้ำมันแพง ทำให้หลายคนไม่เดินทางไปไหน
โดยปีนี้รถจะไม่วนสาดน้ำกัน แต่จะมาจอดและเดินลงมาเล่นน้ำบนถนนข้าวยำแทน ทำให้ริมถนนมีประชาชนมาจอดรถเพื่อเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
สำหรับถนนข้าวยำจะเปิดอุโมงค์น้ำพุให้เล่น ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม อย่าลืมแวะมาเล่นน้ำสงกรานต์กัน
ส่วนบรรยากาศร้านค้าก็คึกคักกว่าปีที่แล้วเช่นเดียวกัน เนื่องจากจังหวัดเปิดให้เล่นน้ำได้ตลอดทั้งวัน ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านมากกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งราคาน้ำมันที่แพง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนไม่ได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่หันมาเล่นน้ำและทำมาหากินในพื้นที่ เพื่อหาเงินไปเติมน้ำมันและกลับมาทำมาหากินต่อ
Advertisement