
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด และ อ.แม่ออน ซึ่งยังคงพบจุดความร้อน (Hotspot) กระจายอยู่ในหลายจุด ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน ส่งผลให้การเข้าถึงและควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก
พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ ได้นำทีมลงพื้นที่ร่วมกับ "ทราย สก็อต" นักอนุรักษ์ชื่อดัง เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนควบคุมไฟป่าในพื้นที่ โดยมีการระดมอาสาสมัครเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ ทั้งการใช้โดรนบินสำรวจเพื่อระบุตำแหน่งพิกัดไฟป่าอย่างแม่นยำ และการจัดทีมภาคพื้นดินเข้าดับไฟด้วยเครื่องเป่าลม เพื่อสกัดการลุกลามของเพลิงในจุดเสี่ยง
"ทราย สก็อต" ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ว่า การทำงานช่วยเหลือสังคมตามหลักพระพุทธศาสนา ไม่จำกัดอยู่เพียงในวัด แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ การได้ร่วมทำงานกับพระครูอ๊อดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของพระสงฆ์ที่ออกมามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสถานการณ์ไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อทั้งมนุษย์และสัตว์ป่าในพื้นที่ ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่สูงชันและเข้าถึงยาก แต่ก็เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ด้าน พระครูอ๊อด ระบุว่า การควบคุมไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิเพชรเกษม จ.เชียงใหม่ และมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลพิกัดไฟป่า และการประสานงานภาคสนาม โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชนในพื้นที่
นายณัฐพล สิงห์เถื่อน หัวหน้าศูนย์อาสาสมัครดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงา ให้ข้อมูลว่า ลักษณะพื้นที่ที่เป็นหน้าผาสูงชัน ประกอบกับไฟที่ลุกไหม้ต่อเนื่องหลายวัน ทำให้การปฏิบัติงานมีความยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะการปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ป่าเบญจพรรณซึ่งเป็นป่ารกพร้อมทั้งจากความร้อนสะสมและเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เอื้อต่อการลุกลามของไฟ แม้จะมีการบูรณาการกำลังจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทีมเหยี่ยวไฟ และอาสาสมัครในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการนำแนวทาง "ป่าเปียก" มาใช้ควบคุมสถานการณ์ โดยการเพิ่มความชื้นในพื้นที่ป่า เพื่อลดโอกาสการติดไฟและชะลอความรุนแรงของเพลิง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการรับมือไฟป่า
Advertisement