
วันที่ 31 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 และไฟป่า ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือ ขณะนี้เริ่มส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง พบกลุ่มเปราะบางหลายคนมีอาการเลือดกำเดาไหล ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐ ที่ไม่ทันกับสถานการณ์ และการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด
ล่าสุด เริ่มมีคอมเมนต์ถามว่า "ผู้ว่าฯเชียงใหม่หายไปไหน" พร้อมกับถามหา "ผู้ว่าฯคนเก่า" อย่างนาย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ "ผู้ว่าฯเซมเบ้" มีการแสดงความเห็นที่ระบุว่า "คิดถึงผู้ว่าฯเซมเบ้จับใจ ท่านทำ และวางแผนงานเรื่องไฟป่าดีมาก" , "ทำไมปีนี้ฝุ่นควันพิษเชียงใหม่ หนักหน่วงกว่าปีที่แล้ว" และ ถามถึงการบริหารจัดการดับไฟ ที่มองว่า "ผู้ว่าฯเซมเบ้" มีผลงานเรื่องดับไฟป่า รวมถึงเปรียบเทียบสถิติปี 67-68 ฝุ่นไม่หนัก ไฟป่าไม่หนัก" เท่ากับปี69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมัยที่ ผู้ว่าฯเซมเบ้ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้วางแผนรับมือสถานการณ์ฝุ่นอันเกิดจากการเผาป่า และลดจุดความร้อน ก่อนล่วงหน้าฤดูกาลเผาป่าข้ามปี รวมถึงมีมาตรการสำคัญ คือการห้ามด้วยการให้ จูงใจคนเคยชินกับการเผาซากพืช คนหาของป่า ให้เปลี่ยนพฤติกรรมการเผา สู่การฝึกอาชีพ ตลอดจนขอความร่วมมือเกษตรกรทั้ง 25 อำเภอ เปลี่ยนการเผาวัสดุทางการเกษตร เป็นการไถกลบแทน โดยจังหวัดได้สนับสนุนทุกอำเภอ จัดหา รถไถ และน้ำมันเติมรถไถ การสนับสนุนการทำปุ๋ยจากซากพืช การขนย้ายฟางข้าว รวมถึงในฤดูเผาหนักที่ออกมาตรการเข้มงวด เจอเป็นจับ ใครแจ้งเบาะแส และสามารถดำเนินคดีได้ ผู้ว่าฯ ให้รางวัลนำจับ 10,000 บาทต่อราย
และที่สำคัญ คือ การได้ใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะผู้ว่าฯเซมเบ้ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ อยู่หน้างานตลอดฤดูฝุ่น แม้จะมีเสียงก่นด่าดรามา แต่ก็ก้มหน้าทำงาน อย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้เป็นผลงานที่ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มถามหาการทำงานแบบ "ผู้ว่าฯเซมเบ้"
Advertisement