
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กิโลเมตรที่ 19 จุดที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ภายใต้การอำนวยการของ กองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.กองกำลังบูรพา มอบหมายให้ ร.อ.ชัยยานุภาพ ไกรอาบ ผบ.ร้อย.ร.ร.12พัน.2รอ. นำคณะสื่อมวลชนลงไปยังพื้นที่ กำลังเร่งดำเนินการเคลียร์พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพป่ารกทึบและสภาพภูมิประเทศที่ยากต่อการเข้าถึง
จากการสำรวจพบว่า พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดเสี่ยงสูง เนื่องจากยังคงมีทุ่นระเบิดตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายตัวอยู่ในพื้นที่อย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ถึงกับเปรียบว่าเป็น "ดงทุ่นระเบิด" โดยบางจุดยังไม่เคยผ่านการเก็บกู้มาก่อน และยังคงเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ที่หลงเข้าไปในพื้นที่
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุชาวต่างชาติ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ ลักลอบใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อหลบหนีเข้าเมือง แต่เกิดพลาดเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นขาขาด สร้างความตระหนักถึงอันตรายของพื้นที่แนวชายแดนแห่งนี้
เจ้าหน้าที่ EOD ได้พาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจในจุดที่ผ่านการเคลียร์แล้วเท่านั้น พร้อมอธิบายว่าแนวพื้นที่โดยรอบยังคงตรวจพบทุ่นระเบิดอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีการพ่นสีเป็นสัญลักษณ์ตามต้นไม้หรือพื้นดิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายที่กลุ่มขบวนการลักลอบข้ามแดนหรือแก๊งสแกมเมอร์ ใช้บอกเส้นทางปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างการหลบหนี
สำหรับทุ่นระเบิดที่พบส่วนใหญ่เป็นวัตถุระเบิด PMN เก่า ที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงที่กัมพูชาเคยเข้ามามีอิทธิพลหรือยึดครองพื้นที่ฝั่งไทยเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ทำให้ยังคงมีระเบิดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ที่น่าตกใจคือบางจุดเจ้าหน้าที่พบร่องรอยว่ามีการเหยียบหรือกระทบตัวทุ่นระเบิดแล้วแต่ระเบิดไม่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ จึงไม่เกิดการระเบิด ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเนื่องจากทุ่นระเบิดเหล่านี้ยังคงสามารถทำงานได้หากมีแรงกระทบในจังหวะที่เหมาะสม
ขณะเดียวกันระหว่างการใช้เครื่องสแกนตรวจหาวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่พบว่าสัญญาณเตือนดังขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่อย่างหนาแน่นและต่อเนื่องในหลายจุด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบกระสุนปืนเล็กยาวชนิดเอสเค (SK) จำนวนเกือบ 1,000 นัด ถูกซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ โดยคาดว่าเป็นกระสุนของฝ่ายกัมพูชาที่นำมาฝังหรือซ่อนไว้ตั้งแต่อดีต ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าแม้จะเป็นกระสุนเก่าแต่ยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้ หากนำไปผ่านกระบวนการฟื้นสภาพ เช่น การแช่น้ำมัน
อีกหนึ่งกำลังสำคัญในการปฏิบัติงานครั้งนี้คือ "เจ้าเซดิก" สุนัขตรวจวัตถุระเบิดอายุ 5 ปี ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนและตรวจสอบพื้นที่ล่วงหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติงานจริงในแต่ละวัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันกรณีมีการลักลอบนำวัตถุระเบิดเข้ามาวางใหม่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดชายแดนกัมพูชาเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าการปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าวต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดทุกขั้นตอน เนื่องจากสภาพพื้นที่มีทั้งป่ารกทึบทัศนวิสัยจำกัด และมีวัตถุระเบิดกระจายตัวอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้การเก็บกู้ต้องดำเนินไปอย่างช้าๆและเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว โดยยอมรับว่ายังมีวัตถุระเบิดตกค้างอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้ทั้งหมด
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นอันตรายต่อทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนที่อาจพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่โดยไม่รู้ตัว
Advertisement