
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศบริเวณ “พื้นที่หลัก 47” แนวชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถเข้าควบคุมพื้นที่และยืนยันอธิปไตยของไทยกลับคืนมาได้สำเร็จ ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากที่เฝ้ารอคอยมานานกว่า 40 ปี ต่างพากันเดินทางกลับเข้าสำรวจพื้นที่ทำกินของตนเอง ท่ามกลางความดีใจและความหวังที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่บนผืนดินเดิมของครอบครัวอีกครั้ง
ระหว่างลงพื้นที่พบว่า ชาวบ้านหลายรายต่างพากันนำอุปกรณ์การเกษตรเข้ามาปรับพื้นที่ บางคนเริ่มถางหญ้า บางคนเดินสำรวจแนวเขตเดิมของที่ดิน ขณะที่บางครอบครัวพากันเข้ามาดูพื้นที่พร้อมลูกหลาน เพราะไม่เคยมีโอกาสกลับเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่นี้มานานหลายสิบปี
ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำกินของคนไทยมาตั้งแต่อดีต แต่หลังเกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้ามาทำกินได้ โดยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา พื้นที่บางส่วนถูกปล่อยรกร้าง ขณะที่บางจุดถูกใช้เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวทางทหาร
“ตอนนี้ดีใจมาก อย่างน้อยก็ได้กลับมาทำกินอีกครั้ง ที่ตรงนี้เป็นของคนไทยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเข้าไม่ได้ พอเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล พวกเราก็เริ่มกลับเข้ามาเตรียมพื้นที่กัน”
จากข้อมูลในพื้นที่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้บริเวณดังกล่าวมีแนวเส้นทางและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชาได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในบางส่วน ขณะที่ฝ่ายไทยสามารถเข้ามาดำเนินการในบางโซนเท่านั้น จนกระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชาชนเริ่มกลับเข้ามาใช้พื้นที่ได้มากกว่าที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้บรรยากาศจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่สภาพพื้นที่ยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะซากเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดที่ยังตกค้างอยู่จำนวนมาก หลังเกิดเหตุปะทะในพื้นที่ช่วงที่ผ่านมา โดยพบทั้งหลุมระเบิด ร่องรอยการยิง และกระสุนจรวด BM-21 หลายจุด ซึ่งเป็นผลมาจากการระดมยิงในช่วงเหตุปะทะรอบก่อน
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังต้องมีการเข้าตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบางจุดยังมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรที่ชาวบ้านกำลังจะกลับเข้าไปทำกิน จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวังอย่างมาก หากพบวัตถุต้องสงสัยหรือเครื่องกระสุนตกค้าง ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ขณะเดียวกัน ถนนสีเพ็ญ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังเงียบเหงามานาน โดยตลอดทั้งวันมีทั้งชาวบ้าน เกษตรกร และพ่อค้าแม่ค้า เดินทางเข้าออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บางคนเข้ามาดูที่ดิน บางคนเข้ามาหาของป่าและหาปลาเหมือนในอดีต ทำให้บรรยากาศเริ่มกลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง
ชาวบ้านหลายคนยอมรับว่า แม้สภาพพื้นที่ยังเสียหายและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู แต่การได้กลับเข้ามายืนบนผืนดินของตัวเองอีกครั้ง ถือเป็นความหวังครั้งสำคัญของคนในพื้นที่ชายแดน หลังเฝ้ารอวันนี้มานานกว่า 4 ทศวรรษ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน รวมถึงดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด ขณะที่ประชาชนต่างหวังว่าสถานการณ์จะสงบลงอย่างถาวร เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
Advertisement