
วันที่ 23 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสดรามาบนโลกออนไลน์ หลังกลุ่มวัยรุ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ้ม ก่อนจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อโทรศัพท์มือถือของกลุ่มหายไป 1 เครื่อง มูลค่าเกือบ 20,000 บาท
โดยหนึ่งในผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ได้เดินทางไปกับกลุ่มเพื่อน และพบซุ้มริมน้ำว่าง จึงเข้าไปนั่งพักประมาณ 30 นาที ก่อนออกไปซื้ออาหาร และกลับมาเล่นน้ำ โดยได้วางโทรศัพท์ไว้จำนวน 3 เครื่อง จากนั้นใช้เวลาเล่นน้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง
เมื่อกลับมายังซุ้มพบว่าโทรศัพท์หายไป 1 เครื่อง ก่อนจะมีชายจากซุ้มข้างเคียงแจ้งว่า เจ้าของซุ้มเป็นผู้เก็บไป กลุ่มผู้เสียหายจึงเดินทางไปสอบถามที่ร้านของเจ้าของซุ้ม
ด้านเจ้าของซุ้มชี้แจงว่า ซุ้มดังกล่าว “มีคนจองไว้แล้ว” และเห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นไม่ได้สั่งอาหาร หรือใช้บริการ จึงเก็บโทรศัพท์ไว้ พร้อมเรียกเก็บค่าซุ้ม 100 บาท และค่าเสียเวลาอีก 100 บาท รวมเป็นเงิน 200 บาท
อย่างไรก็ตามผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเข้าไปนั่ง ไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์ใดแสดงว่าซุ้มถูกจอง อีกทั้งมีพนักงานอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ไม่ได้มีการแจ้งเตือนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย บางส่วนมองว่าเจ้าของซุ้มอาจมีเจตนาดีในการเก็บทรัพย์สินไว้ไม่ให้สูญหาย ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน
ทั้งนี้หลายความเห็นเรียกร้องให้สถานที่ท่องเที่ยวมีการจัดการระบบจองซุ้มให้ชัดเจน เช่น การติดป้ายหรือแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
Advertisement