Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สภาพัฒน์ ชี้หากปรับเพิ่มราคาดีเซลทุก 1บาท จะกระทบGDP0.02%

สภาพัฒน์ ชี้หากปรับเพิ่มราคาดีเซลทุก 1บาท จะกระทบGDP0.02%

17 มี.ค. 69
17:21 น.
แชร์

สภาพัฒน์ชี้หากปรับเพิ่มราคาดีเซลทุก 1บาท จะกระทบGDP0.02%คาดถกศบก.เย็นนี้จะมีมติปรับเพดานราคาดีเซลขึ้นยันพาณิชย์เตรียมมาตรการรับมือตรึงราคาปุ๋ย-สินค้า

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช .) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางสภาพัฒน์ ได้ประเมินว่า การที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นทุก 1 บาทต่อลิตร ส่งผลให้จีดีพีของประเทศปรับลดลง 0.02% โดยการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ในช่วงบ่ายของวันนี้ จะมีการปรับเพิ่มเพดานราคาน้ำมันดีเซลขึ้น จาก 30 บาทต่อลิตร แต่การปรับราคาขึ้นนั้น จะเป็นการทยอยปรับ ในหลักสตางค์ จะไม่ได้ขึ้นทีเดียวเป็นจำนวนมาก และจะไม่ขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ก็จะมีมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของประชาชน เช่น การตรึงราคาปุ๋ย และ การตรึงราคาวัตถุดิบที่จำเป็น ในการเพาะปลูกของภาคเกษตรกรรม รวมถึงการตรึงราคาสินค้าควบคุม 59 รายการ ที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่ ขณะเดียวกันจะมีการใช้โครงการธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านค่าครองชีพด้วย

ส่วนการปรับเพิ่มเพดานราคาน้ำมันดีเซลนั้น ยอมรับว่า จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังติดลบเพิ่มขึ้นในขณะนี้ลงได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลในขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการจึงไม่สามารถออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมัน เพื่อเสริมสภาพคล่องได้ รวมถึงยังไม่สามารถพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงได้ในขณะนี้

โดยสภาพัฒน์ ได้จัดทำฉากทัศน์ ที่เป็นไปได้ของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางและนัยยะผลกระทบต่อเศรษฐกิจษฐกิจไทย ออกเป็น 3 ฉากทัศน์ ได้แก่

กรณีที่ 1 คือ หากสงครามสิ้นสุดใน 1 เดือน การขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับผลในระยะสั้น และราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวน นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และทำให้เงินเฟ้อของไทยเพิ่มขึ้น 1.0% จากคาดการณ์เดิม ที่ 0.2%

กรณีที่ 2 คือ หากสงครามยกระดับครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลางและสิ้นสุดใน 3 เดือน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปี 2569 จะอยู่ที่ 95-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ส่งผลให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจทดถอย และเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation รวมถึงตลาดเงินและตลาดทุนจะผันผวนมาก ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงมาก และเงินเฟ้อไทย จะเพิ่มขึ้น 1.9%

กรณีที่ 3 ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย คือ เกิดสงครามเต็มรูปแบบ และมีความยืดเยื้อมากกว่าสามเดือน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2569 จะสูงกว่า 120 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจทดถอยอย่างรุนแรง

สำหรับ 3 ฉากทัศน์ดังกล่าว สภาพัฒน์ได้เสนอให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. 2569 และจะนำไปสู่การเตรียมการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ในสามภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคขนส่ง

ทั้งนี้ ยืนยันว่าน้ำมันสำรองในประเทศไทยมีเพียงพอ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของปริมาณ ส่วนกรณีที่ปั๊มน้ำมันบางแห่ง ไม่มีน้ำมันให้บริการกับลูกค้านั้น เป็นเรื่องของการขนส่ง ซึ่งจะแก้ปัญหาด้วยการขยายเวลาอนุญาตให้ ขนส่งน้ำมันไปยังสถานีจำหน่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากเดิมที่มีกฎหมายกำหนดขนส่งน้ำมันได้บางช่วงเวลาเท่านั้น

Advertisement

แชร์
สภาพัฒน์ ชี้หากปรับเพิ่มราคาดีเซลทุก 1บาท จะกระทบGDP0.02%