
เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 14 ก.พ. 69 ที่จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบ หลังจากรับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย
เหตุเกิดถนนนครอินทร์ขาออกก่อนข้ามแยกบางสีทอง ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงเร่งเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อท้ายพ่วง ด้านท้ายถูกรถเก๋งอีก 3 คัน ลักษณะชนท้ายต่อกัน ใกล้เคียงยังพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของล้มตะแคงพังเสียหาย และยังมีรถจักรยานยนต์อีก 1 คันพังเสียหายด้วย
โดยเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บที่มากับรถเก๋งเป็นหญิง 2 ราย และจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นชาย 1 ราย รถจักรยานยนต์เป็นชาย 1 ราย รวม 4 ราย ห่างออกไปประมาณ 50เมตรพบรถยนต์ เก๋ง กระบะ และจักรยานยนต์ รวม 4 คัน มีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รวมเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย รถเสียหายทั้งหมด 10 คัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่งคนเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการเคลื่อนย้ายรถทั้งหมด และเปิดการจราจร โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้วินาทีที่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของ ทำให้เกิดเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงซ้ำซ้อนอย่างรุนแรง
นายวิฑูรย์ อายุ 27 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ กล่าวว่า ในระหว่างขับรถลงจากสะพานพระราม5 พบเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายของอยู่เลนซ้าย จึงเปิดไฟเลี้ยวขวา เพื่อเปลี่ยนเลนหลบไปในช่องทางกลางในขณะที่แซงกำลังจะพ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ก็สังเกตมองกระจกข้างด้านซ้าย เห็นรถจักรยานยนต์แซงซ้าย และเกิดไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างก่อนที่จะล้มและไถลเข้าใต้ท้องรถพ่วง ตนจึงจำเป็นต้องเบรกอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นก็ถูกรถยนต์คันที่ตามหลังชนท้ายซ้ำดังกล่าว
นายวิฑูรย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองใช้ความเร็วไม่ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าตนเองไม่เบรกก็คงต้องทับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างแน่นอน
นายเสงี่ยม อายุ 24 ปี คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงอยู่ก่อนแล้ว รถทุกคันมีการชะลอตัว รวมถึงรถตนเอง โดยขับไปอย่างช้าๆ จู่ๆ ก็ถูกรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีแดงที่มาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถตนเอง และกระบะ รวมถึงรถจักรยานยนต์ซ้ำอย่างแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ผู้ขับขี่รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์เป็นผู้หญิง 1 ราย ส่วนอีก 1 รายเป็นชายขับขี่รถจักรยานยนต์
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถทุกคันเพิ่มเติมอีกครั้ง
Advertisement