
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลแขวงสุรินทร์ พ.ต.ท.ทวีป กรวยทอง ทนายความได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.สุนันทา คำทอง ให้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลในคดีเพ่ง ซึ่งยื่นฟ้องสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนตหรือมาแนต จำเลยที่ และพลเอกเมียส ซปเฮย ในฐานความผิดละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทน โดยสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนตหรือมาแนต และพลเอกเมียส ซปเฮย ได้ฐานเป็นผู้สั่งการเหตุปะทะชายแดน พร้อมกับสั่งการให้ทหารเขมรยิง BM 21 ตกเข้ามาไร่อ้อยของน.ส.สุนันทา คำทอง ทำให้ไร่อ้อยเสียหายคิดเป็นเงินแล้ว 300,000 บาท
โดย พ.ต.ท.ทวีป กรวยทอง ทนายความ ได้เข้าห้องพิจารณาคดีที่ 6 โดยอยู่ในห้องพิจารณาคดีประมาณกว่า 1 ชั่วโมง พร้อมกับได้ออกมาแจ้งว่าทางผู้พิพาทษาไม่รับฟ้องเรื่องดังกล่าว แต่ พ.ต.ท.ทวีป กรวยทอง ทนายความ นั้นไม่ย่อท้อก็จะทำคดีให้กับนายสุธีร์ บุญแต่ง ปู่น้องน้ำโขง ที่ได้เสียหลานรัก และญาติ พร้องกับบ้านที่พังเสียหาย ซึ่งทางครอบครัวบุญแต่งต้องได้รับการเยี่ยวยากับสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนตหรือมาแนต และพลเอกเมียส ซปเฮย อีกด้วย
สัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทวีป กรวยทอง ทนายความ กล่าวว่า ตนนั้นขอได้เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ที่จะปกป้องและรักษาสิทธิประโยชน์ และความเป็นมนุษย์ให้กับคนไทยทุกคน โดยตนนั้นได้มายื่นฟ้องแทนผู้เสียหายคือ นางสาว สุนันทา ซึ่งมอบอำนาจให้ตนนั้นมาฟ้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากทรัพย์สินไร่อ้อย ที่ถูกทหารกัมพูชานั้นยิงระเบิดตกใส่ได้รับความเสียหาย แต่ต่อมาศาลแขวงจังหวัดสุรินทร์ได้ยกคำฟ้อง แต่ทางตนนั้นก็ได้ยื่นอุทธรณ์ และในวันนี้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 69 คนนั้นได้เดินทางมายังศาลแขวงจังหวัดสุรินทร์เพื่อมารับฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ และศาลได้ยกคำร้อง ยืนตามศาลชั้นต้น เหตุเพราะพยานหลักฐานไม่หนาแน่น ซึ่งตนนั้นก็จะไม่ย่อท้อ ซึ่งตนนั้นก็จะดำเนินการต่อไปไว้เป็นเคสศึกษา เพราะเหตุเกิดครั้งนี้เป็นเหตุเกิดในราชอาณาจักรไทย แต่เมื่อศาลตัดสินมาตนก็เคารพในคำตัดสินของศาล แต่ตนนั้นก็จะใช้สิทธิ์ฎีกาต่อไป
ในส่วนของด้านคดีของน้องน้ำโขงนั้น ตนนั้นก็จะดำเนินการฟ้องศาลต่อไป เพราะทางคดีของน้องน้ำโขงนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมากสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินและบาดเจ็บในส่วนของศาลแพ่ง ต่อไป
Advertisement