
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ได้ไปตอบคำถามน้องๆ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยบอกว่า มีนโยบายเสริมการมีลูก 1 ล้านคนต่อปี ด้วยการให้ผู้ชายไปทำจู๋ให้ยาวขึ้น อสุจิจะได้ไม่ต้องวิ่งไกล
"ผู้ชาย ถ้าจู๋สั้น ก็ไปทำให้ยาวขึ้น เพราะถ้าจู๋ยาวขึ้น จะทำให้มีลูกง่ายขึ้น
อสุจิไม่ต้องวิ่งไกล วิ่งใกล้ๆ เราต้องการส่งเสริมการมีบุตร 1 ล้านคนต่อปี"
รศ.ดร.เจษฎา ระบุว่า ซึ่งไม่จริงนะครับ ! ไม่มีรายงานผลวิจัยทางวิชาการใด ๆ ที่ว่า อวัยวะเพศชายที่มีขนาดยาวนั้น ทำให้มีลูกได้ง่ายขึ้นครับ
ภาวะเจริญพันธุ์นั้น จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับ คุณภาพของอสุจิ ความแข็งแรงของร่างกาย และการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันที่ไข่ตก เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิขึ้น .. อวัยวะเพศชายที่ขนาดแตกต่างกัน ก็สามารถมีบุตรได้ตามธรรมชาติพอๆ กัน ถ้าอสุจิมีความแข็งแรงเพียงพอ
ซึ่งคุณภาพของอสุจินั้น จะพิจารณาจากปริมาณ ความเข้มข้น รูปร่าง และการเคลื่อนที่ของอสุจิ โดยปัญหาทางสุขภาพจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือความอ้วน ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิได้
เพียงแต่ว่า ถ้าสั้นมากถึงขนาดที่ผิดปกติเลย (micropenis) ก็อาจทำให้โอกาสตั้งครรภ์น้อยลง เพราะน้ำอสุจิที่หลั่งออกมา เข้าไปไม่ถึงปากมดลูก
แต่ก็แก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนท่าเซ็กซ์ให้การสอดใส่ลึกขึ้น หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจเช็คคุณภาพอสุจิและสุขภาพสืบพันธุ์ แทนการไปกังวลกันเรื่องขนาดของน้องชาย
พร้อมกันนี้ รศ.ดร.เจษฎา ยังได้แนบบทความ"ขนาดของอวัยวะเพศ สัมพันธ์กับความสามารถในการมีบุตรของเพศชาย หรือไม่ ?"
การทำให้ใครสักคนตั้งครรภ์นั้น ยากกว่า จริงหรือไม่ หากคุณมีอวัยวะเพศที่ค่อนข้างเล็ก? คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่"
แม้ว่าจะมีงานวิจัยในปี 2021 ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เมื่อนักวิจัยรายงานว่าพวกเขาพบความเชื่อมโยงระหว่าง "ภาวะมีบุตรยาก" กับ "ความยาวของอวัยวะเพศ ที่สั้นกว่า" ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัยว่า ขนาดนั้น มีความสำคัญ เมื่อพยายามจะตั้งครรภ์
แต่นักวิจัยก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า คนที่มีอวัยวะเพศขนาดใหญ่กว่า จะมีความสามารถในการมีบุตรได้มากกว่า
งานวิจัยที่กล่าวถึงข้างต้น นักวิจัยได้ทำการวัด "ความยาวของอวัยวะเพศขณะดึงยืด" (Stretched penile length) ในกลุ่มตัวอย่างชายจำนวน 664 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะมีบุตรยาก 161 คน และผู้ที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว 503 คน (ความยาวขณะดึงยืด หมายถึง ความยาวของอวัยวะเพศในขณะอ่อนตัว แต่ถูกดึงให้ตึง)
ผลปรากฏว่า ความยาวเฉลี่ยของกลุ่ม ที่มีภาวะมีบุตรยาก อยู่ที่ 4.84 นิ้ว ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่มีปัญหา อยู่ที่ 5.28 นิ้ว
คณะผู้ทำงานวิจัยได้อธิบายว่า ผลลัพธ์นี้ "ไม่ได้" หมายความว่า ชายทุกคนที่มีอวัยวะเพศขนาดเล็ก จะมีภาวะมีบุตรยาก หรือชายทุกคนที่มีภาวะมีบุตรยาก จะต้องมีขนาดอวัยวะเพศที่เล็กลงเสมอไป
งานวิจัยระบุว่า มีความเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระหว่างระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในวัยผู้ใหญ่ กับขนาดอวัยวะเพศ และความแตกต่างของความยาวเฉลี่ย ระหว่างกลุ่มที่มีบุตรง่ายกับกลุ่มที่มีบุตรยากนั้น มีเพียง 1.1 เซนติเมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังมีข้อจำกัดอีกหลายประการ เช่น กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีจำนวนน้อย และคณะผู้วิจัยได้ตั้งทฤษฎีว่า ทั้งภาวะมีบุตรยากและความยาวของอวัยวะเพศที่สั้นกว่านั้น แท้จริงแล้ว อาจเป็นเพียง "อาการ" ที่เกิดจากสาเหตุหลักเดียวกัน นั่นคือ "การมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ"
ปัจจุบัน ยังไม่มีงานวิจัยอื่นที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่มายืนยันความเชื่อมโยงระหว่างขนาดของอวัยวะเพศ และความสามารถในการมีบุตร และผู้ที่มีอวัยวะเพศ ไม่ว่าจะมีความยาว ความกว้าง หรือรูปร่างแบบใด ก็สามารถมีบุตรตามธรรมชาติได้ทั้งสิ้น
อวัยวะเพศชาย ทุกรูปทรงและทุกขนาด สามารถทำให้คู่นอนตั้งครรภ์ได้สำเร็จ แต่มีขนาดอวัยวะเพศอยู่ประเภทหนึ่ง ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก นั่นคือ "ภาวะองคชาตเล็กผิดปกติ (Micropenis)" ซึ่งเป็นสภาวะที่พบได้ยาก โดยอวัยวะเพศจะมีความยาวสั้นกว่าปกติอย่างมาก
โดยเฉลี่ยแล้ว ชายวัยผู้ใหญ่จะมีความยาวของอวัยวะเพศขณะดึงยืด (SPL) อยู่ที่ 5.25 นิ้ว แต่ภาวะ Micropenis จะถูกนิยามเมื่อค่า SPL ในผู้ใหญ่มีความยาวตั้งแต่ 3.67 นิ้วหรือน้อยกว่านั้น
ในบางกรณี การมีภาวะ Micropenis อาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก หรือความสามารถในการมีบุตรลดลง นั่นเป็นเพราะสาเหตุสำคัญของภาวะ Micropenis ก็คือการขาดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเป็นหนึ่งในฮอร์โมนหลักที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอสุจินั่นเอง
ถึงกระนั้น การมีภาวะ Micropenis ไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นจะต้องเป็นหมันเสมอไป ผู้ชายที่มีภาวะ Micropenis สามารถทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ ตราบใดที่มีจำนวนอสุจิอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แพทย์ระบุว่า ผู้ชายจำนวนมากที่มีขนาดอวัยวะเพศเล็กกว่าค่าเฉลี่ย ยังคงมีความสามารถในการมีบุตรที่เป็นปกติ ในขณะที่ผู้ชายหลายคนที่มีขนาดอวัยวะเพศใหญ่กว่าปกติ กลับต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก
ประเด็นสำคัญที่ควรจดจำคือ คุณไม่ควรกังวลเรื่องขนาดอวัยวะเพศ (หรือแม้แต่ขนาดอัณฑะ) มากเกินไป หากคุณกำลังพยายามจะมีบุตร
หากคุณและคู่รักมีปัญหาในการมีบุตร หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพการสืบพันธุ์ ขั้นตอนแรกที่ควรทำ คือการ "ตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ" (Semen analysis) สามารถบอกข้อมูลดังนี้ :
- ปริมาตรน้ำอสุจิ (Semen volume) : ปริมาณน้ำอสุจิที่ผลิตได้
- จำนวนและความเข้มข้นของอสุจิ (Sperm count and concentration) : มีจำนวนตัวอสุจิมากน้อยเพียงใด
- การเคลื่อนที่ (Motility) : ตัวอสุจิเคลื่อนที่ได้ดีแค่ไหน
- รูปร่างลักษณะ (Morphology) : จำนวนอสุจิที่มีรูปร่าง ขนาด และโครงสร้างที่สมบูรณ์มีเท่าไหร่
พารามิเตอร์หลักของสุขภาพอสุจิเหล่านี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการมีบุตร
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจน้ำอสุจิที่ผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถมีบุตรได้ เพราะพารามิเตอร์ของอสุจิสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ หากคุณมีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และดูแลสุขภาพโดยรวม
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการตรวจอสุจิของคุณได้ พวกเขาจะช่วยให้คุณเข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ของตนเอง ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ และพูดคุยถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำได้จริง เพื่อช่วยให้คุณดูแลสุขภาพอสุจิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Advertisement