
กลายเป็นประเด็นฮือฮาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและโลกออนไลน์เมื่อ “เสี่ยปรีชา” หรือนายปรีชา ชัยรัตน์คหบดี ผู้ใจบุญชื่อดังแห่งเมืองอุดรธานี ออกมาแถลงผ่านสื่อมวลชนประกาศยุติการแจกอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่างเป็นทางการ ปิดฉากตำนานการให้ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 40–50 ปี
นายปรีชา เปิดเผยว่าสาเหตุสำคัญที่ตัดสินใจงดแจกอั่งเปาในปีนี้และต่อไปในอนาคตมาจากความกังวลเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับด้านการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ต้องการให้การแสดงน้ำใจถูกตีความหรือถูกมองเป็นประเด็นทางการเมือง จนอาจนำไปสู่ข้อครหาหรือความขัดแย้งในสังคม “ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ไม่อยากให้เป็นประเด็นผิดกฎหมายหรือสร้างความบาดหมางตามมาเลยตัดสินใจหยุดดีกว่า”
นอกจากเหตุผลด้านข้อระเบียบแล้ว นายปรีชา ยังยอมรับตรงไปตรงมาว่าปัจจุบันมีอายุ 76 ปี สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยเหมือนในอดีต อีกทั้งได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ จึงเห็นว่าถึงเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง พร้อมย้ำชัดว่าการงดแจกอั่งเปาครั้งนี้ไม่ใช่การงดชั่วคราว แต่เป็นการยุติถาวร ไม่มีความน้อยใจหรือเสียดายใดๆ โดยมองว่าเป็นเรื่องของ “พรหมลิขิต” ทุกสิ่งมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
เสี่ยปรีชา ยังแสดงความเป็นห่วงประชาชนที่เคยเดินทางมารอรับอั่งเปาตั้งแต่เช้ามืด บางรายมาถึงตั้งแต่ตี 3 ต้องเสียทั้งค่าเดินทางและเวลาทำมาหากิน จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยกระจายข่าวให้ชัดเจนว่าตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องมารอรับอั่งเปาที่บ้านอีก “ไม่อยากให้ใครต้องเสียเวลาเสียความตั้งใจแล้วกลับไปผิดหวัง”
ในมุมมองด้านเศรษฐกิจ นายปรีชายอมรับว่าภาพรวมปีนี้ไม่สู้ดี แม้แต่ธุรกิจน้ำตาลของตนเองก็ได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดโลก และการเข้ามาของสารทดแทนความหวาน พร้อมฝากข้อคิดถึงประชาชนให้ใช้จ่ายอย่างมีสติ “อะไรจำเป็นก็ใช้อะไรยังไม่จำเป็นก็เบรกไว้ก่อน”
ก่อนจบการให้สัมภาษณ์ นายปรีชา ได้อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้มีความสุขความเจริญประเทศชาติสงบ ปราศจากเหตุร้าย พร้อมปิดตำนานคหบดี ผู้แจกอั่งเปาแห่งเมืองอุดรธานี ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามเพิ่มเติมถึงบรรยากาศทางการเมืองในช่วงใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีหลายพรรคการเมืองลงแข่งขันกันอย่างคึกคักว่าในฐานะบุคคลสาธารณะและคหบดีที่ประชาชนให้ความสนใจ เสี่ยปรีชามีมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร
เสี่ยปรีชา ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวเป็นคำพูด เพียงแต่อมยิ้มเล็กน้อยก่อนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากในท่าที “จุ๊ๆ” คล้ายส่งสัญญาณขอไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังร้อนแรง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆให้กับผู้สื่อข่าวที่ร่วมสัมภาษณ์ ซึ่งท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการวางตัวเป็นกลาง และตอกย้ำเหตุผลที่เสี่ยปรีชา ตัดสินใจยุติการแจกอั่งเปาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโยงเข้ากับประเด็นทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
Advertisement