
วันที่ 31 ม.ค. 69 เฟซบุ๊กเพจ “Army Military Force” โพสต์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ ตลิ่งบริเวณเกาะเพชรทรุดตัวและพังลงมา พร้อมข้อความระบุว่า “เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา มีรายงานว่า เกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัว และพังถล่มอย่างรุนแรงบริเวณ เกาะเพชรของกัมพูชา ในรายงานระบุว่า หน้าดินริมตลิ่งทรุดหายไปเป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร และทรุดลึกเข้ามาในฝั่งอีกประมาณ 10 เมตร”
พร้อมโพสต์ภาพบรรยากาศความเสียหายในตอนเช้า หลังเกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัวและพังถล่มอย่างรุนแรงบริเวณเกาะเพชร
ทั้งนี้ เกาะปึจ หรือ เกาะเพชร ป็นเกาะกลางแม่น้ำ อยู่กลางสบน้ำสองสาย คือแม่น้ำโขงกับแม่น้ำบาสัก ตั้งอยู่ในแขวงโตนเลบาสัก เขตจ็อมการ์มน กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในอดีตเกาะปึจมีบ้านเรือนตั้งอาศัยน้อยหลัง เพราะโดยมากเป็นพื้นที่สวน เมื่อ พ.ศ. 2543 เกาะเพชรยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มหนองน้ำ ต่อมามีการลงทุนจากประเทศจีน มีการขับไล่คนออกจากเกาะ แล้วแทนที่ด้วยโครงการก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงาน อาคารชุด ห้องอยู่อาศัย ภัตตาคาร ที่ล้วนสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป รวมทั้งมีสิ่งก่อสร้างคล้ายประตูชัย ของประเทศฝรั่งเศสด้วย มีย่านหนึ่งบนเกาะเรียกว่าเอลีเซ (Elysée) มีก่อสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจสถาปัตยกรรมในกรุงปารีส[4] และย่านอื่นของเกาะปึจก็มีการก่อสร้างตึกสูงใหม่ๆ ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์บนเกาะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และประชากรบนเกาะส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
ขณะที่วันที่ 22 พ.ย. 2553 ตรงกับเทศกาลน้ำของกัมพูชา เกิดเหตุเหยียบกันตายบนสะพานข้ามเกาะปึจ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 347 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 700 คน จากเหตุการณ์นี้ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้นกล่าวว่า เป็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดหลังสิ้นสุดยุคเขมรแดง
Advertisement