Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทบ. ยัน กัมพูชาแค่ยั่วยุหวังนำภาพสื่อสารชาวโลก ชี้เสียงดังไม่หวังชีวิต

ทบ. ยัน กัมพูชาแค่ยั่วยุหวังนำภาพสื่อสารชาวโลก ชี้เสียงดังไม่หวังชีวิต

25 พ.ค. 69
17:17 น.
แชร์

ทบ. ยัน กัมพูชาแค่ยั่วยุหวังนำภาพสื่อสารชาวโลก ชี้เสียงดังไม่หวังชีวิต ลั่น ไทยยังไม่ตอบโต้หนัก ย้ำไม่พบโดรนเขมรบินภูมะเขือ

(25 พ.ค. 2569) พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายิงอาวุธเข้ามาบริเวณตามาเรีย เพื่อขัดขวางการสร้างอ่างเก็บน้ำของฝ่ายไทย โดยระบุว่า ลักษณะข่าวสารเช่นนี้ยังพบได้ในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน และแต่ละพื้นที่ก็มีแนวทางประสานงานแก้ไขร่วมกันอยู่แล้ว แต่ต้องพิจารณาว่าเหตุการณ์นั้นเกินระดับความเหมาะสมหรือไม่

พลตรีวินธัย กล่าวว่า จากข้อมูลที่พบ ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาใกล้พื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ว่าไม่ควรเผชิญหน้ากันในระยะใกล้ เมื่อมีการเข้ามาใกล้หน่วยทหาร ก็จะมีมาตรการดำเนินการในลักษณะการเตือน ซึ่งอาจรวมถึงการใช้อาวุธยิงเตือนด้วย ขณะที่พฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาในภาพรวมยังพบการใช้อาวุธแบบ "สะเปะสะปะ" ไม่เป็นไปตามกรอบที่มีการพูดคุยกันไว้ บางครั้งอาจสะท้อนถึงการขาดวินัยของกำลังพล จึงยากต่อการพิสูจน์ว่าเสียงอาวุธที่ยังเกิดขึ้นประปราย แม้จะลดลงจากช่วงแรกหลังการหยุดยิงนั้น มีเจตนาใดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความไม่เรียบร้อยที่หน่วยในพื้นที่ต้องประสานแก้ไขร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา

ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อไม่ให้ไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น พลตรีวินธัย กล่าวว่า ยังไม่มีนัยยะในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่ห้วยตามาเรียขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินโครงการใดอย่างเป็นรูปธรรม ยังเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ จึงมองว่าน้ำหนักของเหตุการณ์น่าจะอยู่ที่ความไม่เรียบร้อยของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา หรืออาจเป็นความพยายามก่อกวนเพื่อให้ฝ่ายไทยตอบโต้ และนำประเด็นไปขยายผลด้านการสื่อสาร ซึ่งที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ฝ่ายไทยมีการยิงเตือน ก็มักถูกนำไปขยายผลในลักษณะดังกล่าวอยู่เสมอ

เมื่อถูกถามว่า สรุปแล้วมีการสร้างอ่างเก็บน้ำหรือไม่ พลตรีวินธัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลในเรื่องดังกล่าว และหากในอนาคตจะมีโครงการอ่างเก็บน้ำจริง ก็ยังเป็นเพียงแนวคิดกว้างๆ ที่ยังไม่มีรายละเอียดเพียงพอจะนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงประเด็นเรื่องความปลอดภัยในขณะการสร้างอ่างเก็บน้ำก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตเช่นกัน

สำหรับความกังวลว่าการมีเสียงปืนประปรายอาจทำให้สถานการณ์ย้อนกลับไปในอดีต ที่เริ่ใยากจุดเล็กๆนำไปสู่การปะทะครั้ฃใหญ่ พลตรีวินธัย ระบุว่า เสียงอาวุธที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อ "ให้เกิดเสียง" มากกว่าจะมุ่งเป้าต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน จึงต้องแก้ไขตามระดับสถานการณ์อย่างเหมาะสม แต่หากเมื่อใดที่การใช้อาวุธมีเป้าหมายชัดเจนต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือทำให้ประชาชนและกำลังพลได้รับบาดเจ็บสูญเสีย ก็จะมีมาตรการตอบโต้ในอีกระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว ทำให้การประเมินภาพรวมยังมองว่าเป็นเรื่องของการก่อกวน หรือความไม่เรียบร้อยของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา

พลตรีวินธัย ยังกล่าวถึงพื้นที่ที่มักปรากฏเป็นข่าว เช่น โอเสม็ด และตามาเรีย ว่า กองทัพบกให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน เพียงแต่พื้นที่โอเสม็ดมีลักษณะเป็นป่าที่ใกล้ชุมชน คนทั่วไปจึงรู้จักและเข้าถึงง่าย ทำให้มักถูกใช้เป็นพื้นที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ ส่วนฝ่ายกัมพูชาอาจพยายามให้ประเด็นอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่พื้นที่ตามาเรียถือเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่ทั้งสองฝ่ายจับตาอยู่

สำหรับพื้นที่เพ่งเล็งของทั้ง 2 ฝ่าย มีประมาณ 4-5 จุด ได้แก่เขาพระวิหาร ห้วยตามาเรีย ช่องบก เนิน745 และปราสาทตาเมือนธม รวมถึงช่องจอมและโอเสม็ด ซึ่งมีโอกาสเกิดเหตุความไม่เรียบร้อยได้ เนื่องจากบางส่วนอยู่ใกล้พื้นที่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าข้อมูลด้านการข่าวจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบแนวโน้มของการคุกคามกันด้วยอาวุธในระดับรุนแรง แต่กองทัพยังคงไม่ประมาท โดยผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำมาตรการหลัก ได้แก่ การเฝ้าตรวจและเฝ้าระวัง การปรับปรุงที่มั่นเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด การปรับปรุงเส้นทางเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้สะดวก รวมถึงการเก็บกู้วัตถุระเบิด โดยทั้งหมดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนตามแนวชายแดนเป็นสำคัญ

ส่วนกรณีข่าวว่าทหารกัมพูชาส่งโดรนบินสำรวจบริเวณภูมะเขือนั้น พลตรีวินธัย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าการใช้โดรนยังมีอยู่ โดยต้องไม่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของฝ่ายไทย ซึ่งเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาฝ่ายกัมพูชาก็น่าจะกำชับในเรื่องนี้เช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ในช่วงละเอียดอ่อน และหากมีการละเมิดข้อตกลงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ก็อาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ยังไม่พบการรุกล้ำของโดรนเข้ามาในเขตไทย โดยที่พบส่วนใหญ่เป็นการบินในมุมสูงภายในพื้นที่ของกัมพูชาเอง และยังไม่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายไทย แต่หากมีโดรนบินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ไทย ก็จะมีมาตรการป้องกัน โดย "จะไม่ปล่อยให้บิน" และส่วนใหญ่จะใช้วิธีนำโดรนลงจากพื้นที่ทันที

Advertisement

แชร์
ทบ. ยัน กัมพูชาแค่ยั่วยุหวังนำภาพสื่อสารชาวโลก ชี้เสียงดังไม่หวังชีวิต