
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคไวรัสนิปาห์ ในประเทศไทยว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ให้ตรวจไวรัสนิปาห์ให้เข้มข้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้จัดทีมตรวจที่สนามบินต้้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทางกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับทางท่าอากาศยานได้ทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองโกลกาตา รัฐเวสต์เบงกอล ของอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการตรวจไปแล้วราว 1700 คนก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ ทีนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขพบผู้ที่เดินทางเข้ามาประมาณวันละเกือบ 700 คน ใน 3 สนามบิน คือสนามบินดอนเมืองสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูเก็ต
ซึ่งทางนายพิพัฒน์รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ช่วยสั่งการให้ประสานกับทางท่าอากาศยานให้เรียบร้อยว่าไทยจะมีการดำเนินการตรวจอย่างเข้มข้นและขอยืนยันว่าทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากเจอผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อเราสามารถกักตัวและตรวจหาเชื้อได้ภายใน 8 ชั่วโมง ซึ่งไวรัสนิปาห์มีการแพร่กระ จ่ายไม่เหมือน โควิด-19 สำหรับ โควิด-19 แม้จะไม่แสดงอากาศก็สามารถแพร่เชื้อได้แต่ไวรัสนิภาหากยังไม่แสดงอาการก็จะไม่สามารถแพร่เชื้อได้ ซึ่งหมายความว่าหาก เราเจอผู้ติดเชื้อหนึ่งคนในสายการบินนั้นคนที่นั่งมาด้วยกัน ถ้าคนที่ติดยังไม่แสดงอาการตอนที่อยู่บนเครื่อง ความเสี่ยงในการติดติดเชื้อจะต่ำหรือแทบจะไม่มี เพราะว่าโรคนี้ไม่สามารถแพร่กระจายได้ในระยะฟักตัวยืนยันว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตอบสนองกับเหตุการณ์นี้ตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วยืนยันว่าจะดูแลต่อไป
เมื่อถามว่า ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อใช่หรือไม่ นายพัฒนาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และในอดีตประเทศไทยยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อโรคนี้ ซึ่งไวรัสชนิดนี้ไม่ใช่ไวรัสชนิดใหม่แต่เป็นไวรัสที่โลกพบตั้งแต่ปี 2541 แต่มีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มเล็กๆในประเทศอินเดียบังกลาเทศเป็นต้น แต่เราจะไม่ประมาท
ส่วนกรณีการพบค้างคาวที่จ.พระนครศรีอยุธยานั้น นายสันติระบุว่า ค้างคาวแม่ไก่ เป็นหนึ่งในสัตว์พาหะแต่ก็ยืนยันว่าในปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย
เมื่อถามถึงการติดตามเชื้อจะมีระยะเวลานานแค่ไหน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ กำหนดว่าจะติดตามไปในระยะเวลาเท่าไหร่ แต่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก็จะให้ทางอธิบดีกรมควบคุมโรคนำผลการตรวจมารายงานกับทางกระทรวงสาธารณสุขแล้วหลังจากนั้นจะมีการรายงานต่อไปก็จะจะพิจารณาดูที่ประเทศอินเดียซึ่งเป็นจุดที่มีการระบาดในครั้งนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง /ส่วนกรณีการกลายพันธุ์ของโรคนั้น รัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าย ยังไม่ได้มองถึงตรงนั้น
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้ฝากถึงประชาชนให้เฝ้าสังเกต หากพบอาการน่าสงสัยว่าโดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีการเดินทางไปที่เมืองโกลกาตา รัฐเวสต์เบงกอล ของอินเดีย หากมีอาการคล้ายหวัด ก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ แต่ถ้าโดยปกติที่เป็นไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ส่วนตัวอยากให้เฝ้าดูอาการเฉยๆ
Advertisement