
(27 ม.ค. 2569) รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน เปิดเผยก่อนการประชุมบอร์ดใหญ่ สปส. ว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมในวันนี้ ที่อยากสื่อสาร แม้จะไม่ได้บรรจุเป็นวาระอย่างเป็นทางการ คือ การคัดกรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเสนอร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ โดยทีม "ประกันสังคมก้าวหน้า" ทั้ง 6 คน ไม่เห็นด้วยและไม่รับทราบวาระดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมก็ยังยืนยันจะเดินหน้าประชาพิจารณ์ต่อไป พร้อมมีการบันทึกในรายงานการประชุมว่า ตัวแทนสำนักงานประกันสังคมจะเร่งรัดให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามในระเบียบเลือกตั้งใหม่ในช่วงรักษาการ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องน่าตั้งข้อสงสัย เพราะการออกระเบียบดังกล่าวต้องเริ่มจากรัฐมนตรีโดยตรง ทางสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถเข้าไปเร่งรัดในตรงนี้ได้
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า ตนเองอยากส่งสัญญาณไปถึง น.ส.ตรีนุช ว่า ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศ ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องว่าควรปฏิรูปประกันสังคม การออกระเบียบเลือกตั้งใหม่ควรรอรัฐมนตรีคนใหม่ และควรจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยใช้ระเบียบเดิม เนื่องจากบอร์ดชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ หากเข้าสู่สถานะรักษาการ บอร์ดจะมีอำนาจจำกัด ไม่สามารถตรวจสอบหรือผลักดันสิทธิประโยชน์สำคัญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่ากับทำให้ผู้ประกันตนเกือบ 20 ล้านคนเสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่ยังค้างอยู่
และยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดไม่ให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากลับมาเป็นบอร์ดอีกครั้ง โดยระบุเงื่อนไขที่กระทบต่อจุดแข็งและผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นความพยายามที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับกรรมาธิการวุฒิสภา แม้จะอ้างว่าเป็นความบังเอิญก็ตาม
สำหรับกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ จนถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ชี้แจงว่า ประเด็นที่นำเสนอ เช่น เรื่องโรงอาหาร งบปฏิทินวันแรงงาน หมวกและเสื้อ หรือการบริหารงบประกันสังคมอื่นๆ เป็นการทำงานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ยืนยันว่าการปฏิรูปประกันสังคมไม่มีสีทางการเมือง และข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.ใหม่ของประกันสังคมก้าวหน้า เปิดกว้างให้ทุกพรรคการเมือง รวมถึงภาคประชาสังคม และสื่อ นำไปใช้ได้ เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องบำนาญที่ควรเพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกัน ยอมรับว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมืองส่วนตัว โดยตนเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และรู้จัก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวมถึงมี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ที่ยืนหยัดสนับสนุนการตรวจสอบประกันสังคมมาตั้งแต่ต้น พร้อมย้ำว่า ประกันสังคมเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ควรถูกปิดกั้นหรือจำกัดการตรวจสอบ และไม่ควรมี "ใบอนุญาตในการทำความดี" ใครก็สามารถออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงได้
เมื่อถามถึงประกันสังคมก้าวหน้าพยายามเสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขึ้นเป็นอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด แต่ถูกปัดตก จึงทำให้เป็นที่มาของทีมประกันสังคมก้าวหน้าออกมาเปิดโปงหรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยืนยันว่า นายธนาธรไม่มีตำแหน่งใดในประกันสังคม แม้เคยถูกเสนอชื่อเป็นอนุกรรมการ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ โดยก่อนหน้านี้ อนุกรรมการด้านการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาดของฝ่ายประกันสังคมก้าวหน้าได้คัดค้านการนำสินทรัพย์บางโครงการเข้ากองทุน จนทำให้อนุกรรมการ 2 รายลาออก และแม้จะมีการแต่งตั้งตัวแทนใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2567 แต่คณะอนุกรรมการดังกล่าวกลับไม่เคยประชุมอีกเลย
ส่วนปัญหาผู้ประกันตนยังไม่ได้รับเงินว่างงาน ระบุว่า เกิดจากระบบไอทีโครงการมูลค่า 850 ล้านบาท ที่ส่งมอบล่าช้ากว่า 2 ปี แม้เป็นฮาร์ดแวร์ใหม่แต่ไม่สามารถใช้งานจ่ายสิทธิประโยชน์ได้ ขณะนี้มีค่าปรับค้างอยู่ราว 400 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องเร่งรัดให้ผู้ขายระบบ (vendor) รับผิดชอบ พร้อมเสนอให้มีการชดเชยและจ่ายดอกเบี้ยกรณีจ่ายสิทธิประโยชน์ล่าช้าแก่ผู้ประกันตน เช่นเดียวกับที่สำนักงานเรียกเก็บค่าปรับเมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบล่าช้า
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีภายนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเร่งให้การจ่ายสิทธิกลับมาได้เร็วที่สุด พร้อมย้ำว่าการล่าช้าในการจ่ายเงินว่างงานที่บางรายมีรายได้เพียง 9,000 บาทต่อเดือน เท่ากับกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง
นอกจากนี้ตนยังทราบมาว่ามีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หน้างานว่า "หากผู้ประกันตนถามให้บอกว่าเกิดจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่ไม่อนุมัติงบประมาณบางรายการ" จึงอยากฝากท่านรัฐมนตรี (ตรีนุช) ไปกำชับว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากกระบวนการเกิดจากการส่งมอบงานโครงการ 850 ล้านบาท อย่างชัดเจน อย่าเบี่ยงประเด็น
Advertisement