
วันที่ 15 ม.ค. 69 นาย ณรกฤต เชยสุวรรณา นายจ้างของนาย ศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า ลูกน้องตนเองขับรถขนส่งของบริษัทจากบางนา มาส่งนมที่น้ำพุพลาซ่า จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย โดยลูกน้องตนเองขับรถมาตามปกติ เป็นเส้นทางที่วิ่งประจำ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ส่วนผู้เสียชีวิตทำงานกับตนเองมา 4 ปีแล้ว อยู่ในสังกัดเดียวกัน มีงานอะไร ตนเองก็จะส่งงานให้ตลอด และวันนี้จริงๆ เขาไม่มีงานด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนขยัน เขาก็มาขอตนเองวิ่งส่งของเส้นนี้ เพราะเขามีธุระแถวมหาชัย แต่ปรากฎว่ามาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน ตอนแรกตนเองก็ไม่ทราบ พอเห็นข่าว ลูกน้องอีกชุดก็ไปเช็ค GPS รถ ก็พบว่ามันขาดตอนช่วงประมาณ 9 โมงกว่า ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อ เลยเช็กให้ละเอียดอีกครั้งว่ามันขาดไปที่ช่วงเวลาไหน ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับช่วงที่มันเกิดเหตุพอดี จากนั้นจึงไปไล่ถามทุกคนที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายก็ยืนยันแล้วว่าเป็นลูกน้องของตนเองจริงๆ
จากนั้นตนเองก็เลยขับรถมาจาก จ.ชลบุรีทันที เพื่อมาที่จุดเกิเหตุ เพราะอยากมายืนยันด้วยตัวเองว่าร่างที่ยังติดอยู่ในรถ ใช่ลูกน้องตนเองหรือไม่ และเป็นรถของตนเองหรือไม่ พร้อมรอขนกว่าจะกู้ร่างออกมาได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันมาแล้วว่าเป็นทะเบียนรถของบริษัทจริงๆ โดยเป็นรถที่ใช้สำหรับวิ่งงาน เป็นรถขนส่งทั่วไป ที่ใช้ขนส่งทั่วทุกเส้นทาง
ส่วนล่าสุดครอบครัวของผู้เสียชีวิตทราบเรื่องแล้ว ตนเองก็ได้ให้ลูกน้องอีกชุดหนึ่ง ไปคอยดูแลสภาพจิตใจ เพราะเขาเองก็มีภรรยา มีลูกที่ยังเล็ก กลัวเขาจะแย่ ทำใจไม่ได้ และเขาเพิ่งแต่งงานได้ปีกว่าด้วย อีกทั้งผู้เสียชีวิตเป็นคนขยัน เฟรนลี่ จิตใจดี ไม่เคยลางานด้วย ขนาดวันนี้ตอนแรกเขาจะขอลา แต่สุดท้ายโทรมาขอทำงานไปเส้นนี้เอง
นายณรกฤต ย้ำว่า “ถนนพระราม 2 เกิดเหตุการณ์ใหญ่หลายครั้ง ทำให้เกิดความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงอยากให้หน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบกับเรื่องนี้ คำนึงถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะอย่างลูกน้องผมเอง ครอบครัวเขาก็จะได้รับความลำบาก ต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไปอย่างกระทันหัน แล้ววันนี้จากการที่ผมมาสัมผัสถนนเส้นนี้ด้วยตัวเอง ผมมองว่ามันยังไม่พร้อมใช้งานด้วยซ้ำ แต่ก็ทราบว่าเขาก็เปิดให้ใช้ชั่วคราว แต่ดูแล้วมันไม่มีความเรียบร้อยอะไรซักอย่าง จากมุมมองของผมเอง มองว่ามันไม่ปลอดภัย“
ส่วนตัวก็พูดอะไรไม่ออก แต่ตนเองก็จะดูแลในส่วนครอบครัวของลูกน้องตนเองให้ดีที่สุด เท่าที่บริษัทจะดูแลได้ ตนเองเสียใจกับการจากการสูญเสียครั้งนี้ และขอย้ำว่า “นี่คือความประมาทที่ทำให้บุคลากรที่ดีของผมต้องสูญเสีย และมีถึง 2 ครอบครัว พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร ในมุมของผม อยากจะให้มีแบล็คลิสต์กับบริษัทต้นทาง และอยากตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่รับเหมาอะไรแบบนี้ ทำไมมีเพียงไม่กี่บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้เลย เพราะถ้าแก้จริง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้”
Advertisement