
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร = เพชรเม็ดงามผู้คอยช่วยเหลือกษัตริย์
มหาวัชรราชธิดา = ลูกสาวของกษัตริย์ผู้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่
ย้อนไปเมื่อพระราชพิธีสำคัญ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 นอกจากการเสด็จออกทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในพระบรมมหาราชวัง อันเป็นพิธีกรรมมาแต่โบราณแล้ว ในวันนั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในรัชกาล ด้วยทรงเล็งเห็นว่า "พระราชธิดาพระองค์ใหญ่" ทรงเจริญพระชนมายุ ทรงประกอบคุณงามความดีไว้มากมาย จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของผู้เป็นพระราชบิดา
ทรงพระราชดำริว่า "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา" ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย
ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน" มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา" ทั้งยังพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคล "นพรัตนราชวราภรณ์" เพื่อเป็นพระเกียรติยศสืบไป
Advertisement