
วันที่ 10 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 7–9 ม.ค. 69 มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ตอนล่างของภาคใต้ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้บริเวณบ้านบูดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถนนที่ติดกับแนวชายฝั่งทะเลถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างรุนแรง จนถนนชำรุดเป็นวงกว้างทั้งเลน และถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ โดยมีความเสียหายเป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสัญจรหลัก
ล่าสุด องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นำโดย นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน โดยในเบื้องต้นได้มีการนำหินเข้ามาวางกั้นคลื่นบริเวณจุดที่ถนนถูกน้ำทะเลกัดเซาะ เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นและป้องกันการกัดเซาะเพิ่มเติม พร้อมทั้งจัดทำทางสัญจรชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไปมาได้ก่อน
ขณะเดียวกัน หลังจากสถานการณ์คลื่นลมสงบลง จะมีการประสานผู้รับเหมาดำเนินการซ่อมแซมถนนอย่างถาวร เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกต และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป
นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า เส้นทางดังกล่าวประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม ส่งผลให้สภาพถนนชำรุดและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งในปีนี้สถานการณ์ถือว่ารุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ได้รับงบประมาณประจำปี 2568 จำนวน 8,040,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงถนนในระยะทาง 275 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะของน้ำทะเลในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2569 อบจ.ยังจะได้รับงบประมาณจากจังหวัดประมาณ 32 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับปรุงถนนเลียบชายฝั่งทะเลที่มุ่งสู่ปลายแหลมตาชี ระยะทางรวม 3,200 เมตร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้เกิดปัญหาการกัดเซาะอย่างเร่งด่วน อบจ.จึงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณสำรองจ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการนำหินมาทิ้งเสริมแนวถนนเพื่อป้องกันการกัดเซาะเพิ่มเติม รวมถึงการถมดินและจัดทำทางเบี่ยงชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
นายเศรษฐ์ เผยอีกว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง ส่งผลให้แนวชายฝั่งและถนนได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมา อบจ.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในจุดอื่น ๆ ที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ด้วยการก่อสร้างเขื่อนริมทะเล และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากแก้ไขบางจุดแล้ว กลับส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการเกิดสันดอนทรายบริเวณปลายแหลมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ อบจ.ปัตตานี ยังคงพยายามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมและยั่งยืน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต
Advertisement