
แม่ แรงงานไทย ใน อิสราเอล ร้องไห้โฮได้ยินคลิปเสียงจากเพื่อนลูกบอกให้ทำใจ วอนทางการไทยเร่งช่วยเหลือด่วน หลังรู้ลูกถูกจับเป็นตัวประกัน
จากกรณีที่มีการประกาศรายชื่อคนไทยได้รับบาดเจ็บและถูกจับเป็นตัวประกัน (อย่างไม่เป็นทางการ) ในเหตุการณ์ที่กลุ่ม ฮามาส เปิดฉากเข้าโจมตีอิสราเอล เมื่อเช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา
ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่มาที่บ้านของ นางสาวณัฐฐวรี มูลกัน อายุ 35 ปี ในพื้นที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยบรรดาชาวบ้าน , ผู้ใหญ่บ้าน และพม.จ.ขอนแก่น ที่มาติดตามข่าวคราวและให้กำลังใจครอบครัวของนางสาวณัฐฐวรี มูลกัน
นางบุญรินทร์ ศรีจันทร์ แม่ ของ น.ส.ณัฐฐวรี หรือ น้องโย บอกว่า ลูกสาวได้ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน โดยสัญญาจ้างจะสิ้นสุดวันที่30 พฤษภาคม 2567 ซึ่งลูกสาวทำงานที่โอเตปาซ่า เขตฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล ทำงานเเพ็กเห็ดญี่ปุ่นได้เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท ส่งให้ทางบ้านเดือนละ 25,000 บาท ได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์ตลอดวันละ 3 ครั้ง เป็นอย่างน้อย มีลูก 2 คนฝากแม่เลี้ยง ได้ขาดการติดต่อตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2566
นางบุญรินทร์ ได้เปิดเผยข้อความที่ส่งไปให้ น.ส.ณัฐฐวรี ลูกสาว ซึ่งเป็นแช็ตสุดท้ายที่ลูกสาวได้เปิดอ่านแช็ต โดยเป็นภาพหลานสาว อายุ 8 ขวบ พร้อมกับข้อความว่า “ไข้ไม่ลง เช็ดตัวทั้งคืน เป็นไข้อะไรก็ไม่รู้ “ เมื่อเวลา 11.02 น. ต่อมาเมื่อเวลา 14.49น. ได้ส่งวิดีโอภาพไปให้ลูกสาวแต่ปรากฏว่า น.ส.ณัฐฐวรี ไม่ได้อ่านแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย
จากนั้น นางบุญรินทร์ บอกว่า ได้ทราบข่าวจากเพื่อนในแคมป์ที่ทำงานเดียวกันกับลูกสาว แจ้งมาทาง FaceTime ว่า น.ส.ณัฐฐาวรี ได้ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปจากสถานที่ทำงาน พร้อมกับนายบุญถม พันธ์ฆ้อง อายุ 45 ปี สามี และเพื่อนร่วมงานชาวอิสราเอลอีกหนึ่งคน รวม 3 คน ขณะเกิดเหตุกลุ่มฮามาสได้เข้ามายิงปืนในโรงงานขณะที่ทุกคนหลบอยู่ น.ส.ณัฐฐาวรี ได้ร้องกรี๊ด กลุ่มฮามาสจึงเข้ามาจับตัวไป พร้อมกับเพื่อนสองคนที่ร่วมหลบภัยบริเวณดังกล่าว หลังจากนั้นเขาไม่ทราบข่าวอีกเลย ทางแม่ได้พยายามติดต่อ น.ส.ณัฏฐาวรี กับเพื่อนก็ยังไม่สามารถติดต่อได้
ตอนนี้ห่วงลูกสาวมาก ก่อนหน้านี้เคยบอกให้ลูกกลับมาอยู่บ้าน แต่ น.ส.ณัฏฐาวรี บอกว่าขอทำงานต่ออีกปีให้ครบกำหนดสัญญา จึงจะเดินทางกลับไทย ตอนนี้ขออย่างเดียวคือให้รัฐบาลพาลูกสาวและคนไทยทั้งหมดกลับบ้านอย่างปลอดภัย
ซึ่งหลังจากการให้สัมภาษณ์เสร็จ นางบุญรินทร์ ก็ได้รับแช็ตเสียงส่งมาจากเพื่อนของลูกสาว ในทันทีที่ได้เปิดคลิปเสียงฟัง ด้านแม่ก็ตั้งใจฟัง “ ตอนนี้หนูพยายามดูแลตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าน้องโยจะเป็นอย่างไร เพราะที่นี่มีหลายศพ ที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ มีผู้หญิงหลายราย จึงอยากให้ทำใจ น้องโยอาจจะไปอยู่ที่อื่นก็ได้อาจจะไม่ใช่น้อง อย่างไรก็สู้นะ” หลังจากแม่ฟังคลิปเสียงจบนักข่าวก็พยายามปลอบแม่ว่าอาจจะไม่ใช่ลูกของแม่ก็ได้ แต่แม่ก็ร้องไห้ และพูดกับนักข่าวว่าคนที่โดนจับมีอยู่ไม่กี่คน.
Advertisement