
จากความเชื่อที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียลว่า เชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก สามารถติดต่อกันได้ผ่านการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ฝาชักโครก ผ้าเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งจากการลงสระว่ายน้ำ ทำให้เกิดความกังวลต่อคนที่ต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะเป็นประจำ
จนเกิดเป็นคำถามว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือเท็จ?
พญ.จุฑาธิป พูนศรัทธา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวชธานี ได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า "ในทางทฤษฎีอาจเป็นไปได้ แต่ในความเป็นจริง โอกาสที่จะติดเชื้อ HPV จากห้องน้ำสาธารณะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรือเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ"
พญ.จุฑาธิป ให้เหตุผลว่า เชื้อ HPV เป็นไวรัสที่ไม่สามารถเจริญเติบโตหรือมีชีวิตรอดบนผิวหนังชั้นนอกได้ เมื่อเชื้อออกมาอยู่ภายนอกร่างกาย จะตายในเวลาไม่นาน การจะติดเชื้อได้ เชื้อจำเป็นต้องเข้าไปฝังตัวในเนื้อเยื่ออ่อนด้านในลึกๆ เช่น ภายในช่องคลอดหรือปากมดลูก
ดังนั้นการจะรับเชื้อจากฝาชักโครกได้ หมายความว่าคนที่เข้าห้องน้ำก่อนหน้าจะต้องนำอวัยวะเพศไปถูไถกับชักโครก และผู้ที่เข้าต่อจะต้องนำอวัยวะเพศส่วนลึกเข้าไปถูไถในจุดเดียวกันเป๊ะๆ ซ้ำยังต้องมีแผลเปิดเพื่อให้เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นไปได้ยากมาก และแม้จะเข้าห้องน้ำสาธารณะต่อจากผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศก่อนหน้านั้น ก็ไม่สามารถทำให้ติดเชื้อได้ หากไม่มีการนำอวัยวะเพศส่วนลึกที่มีแผลไปถูไถกับเชื้อโดยตรง
พญ.จุฑาธิปยืนยันว่า ความเชื่อที่ว่าเชื้อ HPV สามารถแพร่กระจายผ่านฝาชักโครก ห้องน้ำสาธารณะ หรือสระว่ายน้ำได้โดยง่ายนั้น ถือเป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม หมอจูลี่ได้เน้นย้ำว่า เชื้อ HPV ไม่ได้จำกัดความเสี่ยงอยู่แค่เพียงเพศหญิงเท่านั้น แต่สามารถติดได้ทุกเพศทุกวัย และผู้ชายก็มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจากเชื้อ HPV ได้เช่นกัน
ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด คือการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ซึ่งสามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และสำหรับผู้หญิง แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังคงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกควบคู่ไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ
#StopFakeSpreadFacts #กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Advertisement