
วันนี้ (4 พ.ย. 69) นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 13 สมาคม ยื่นหนังสือถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย รับหนังสือแทน
นายทองอยู่ กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อติดตามทวงถามหลายเรื่อง ที่เคยยื่นถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้ว โดยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยทั้ง 13 สมาคม และภาคีเครือข่าย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ เราน้อยใจมากที่รัฐบาลลักหลับในช่วงที่น้ำท่วม ขึ้นราคาน้ำมัน 8.20 บาท ทำให้พวกเราเดือดร้อน และต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้นมาก โดยการยื่นหนังสือจะมีข้อเสนอเดิม และข้อเสนอใหม่ รวมทั้งสิ้น 10 ข้อ ดังนี้
1.ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 35 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 1 ปี
2.ปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมัน และพลังงานทั้งระบบ
3.ยกเลิกต้นทุนสมมติ ต้นทุนอ้างอิงที่สมมติทั้งหมด ซึ่งบางเรื่องทำไปแล้ว และบางเรื่องกำลังทำอยู่
4.การปรับราคา อย่าทำให้ประชาชนตกใจ ครั้งนี้อยากให้ค่อยปรับ ค่อยเป็นค่อยไป
5.ควรจะปรับลดภาษีสรรพสามิต ให้เหลือ 5% ต่อลิตร ตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ในอดีตเคยทำมา ทำไมรัฐบาลอนุทินถึงทำไม่ได้ ทั้งที่ในสถานการณ์ก่อนก็ทำได้
6. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดค่าการกลั่นไว้สูงถึงประมาณ 7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยกำหนดไว้เพียงราว 2.80 บาทต่อบาร์เรล การกำหนดราคาเช่นนี้ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนโรงกลั่นอย่างชัดเจน
7.ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ประกาศควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นสินค้าควบคุม
8.หากคนรับผิดชอบ หาไอ้โม่งให้เจอว่าน้ำมันหายไปไหน 700 กว่าล้านลิตร
9.ควรยุบหรือยกเลิกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ)
10.เราไม่มีคลังน้ำมันสำรองของชาติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น เราจึงต้องมีเพื่อความมั่นคงเพื่อพลังงาน
นายทองอยู่ ระบุว่า การชุมนุมในนี้เป็นการยกระดับจากทรัคพาวเวอร์ที่จังหวัดชลบุรี หากยังไม่ได้คำตอบ จะยกระดับการชุมนุมขึ้น หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีในช่วงเดือนธันวาคมแล้ว เราให้เวลารัฐบาลในช่วงพฤศจิกายน และธันวาคม จำนวน 60 วัน ให้แก้ปัญหาเรื่องวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน อย่าบริหารราชการแผ่นดินในช่วงวิกฤตแบบนี้ เพื่อเอื้อต่อกลุ่มทุนพลังงาน นายทุนพลังงาน และธุรกิจพลังงาน ที่ร่ำรวยขึ้นมาทุกวัน แต่ประชาชนยากจนลง
นายทองอยู่ ยกตัวอย่างข้อเรียกร้องว่า อยาก ให้ตามหาไอ้โม่ง เพราะเป็นรัฐบาลมาเกือบปีแล้ว มีแต่แย่ลง จึงขอให้ตามหามาให้ได้ เพราะเอาเงินของประชาชนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอยู่ ต้องมีความรับผิดชอบ เราทำจากเบาไปหาหนักเสมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปแล้ว เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะน้ำมันหายไม่น้อยกว่า 700 ล้านลิตร
สำหรับการยกระดับก็ต้องมีการประชุมคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ก่อน โดยมีหลายวิธี แต่โดยไอเดียของตนเองนั้น อาจจะร่วมกับอีกกลุ่ม หรือจัด ขบวนใหญ่มากกว่า 1,000 คัน เข้ามาถึงกรุงเทพฯ แต่เราไม่อยากทำ เพราะไม่อยากสร้างวิกฤตจราจรให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่า เรายกระดับแน่นอน หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย และข้อเรียกร้องรัฐบาลทำได้ทุกข้อ
“ฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า ท่านเป็นคนรุ่นใหม่ อนาคตทางการเมืองยังไกล ท่านมีความกล้า แต่ผมว่าเพิ่มความกล้าหน่อย ท่านมีทีมงานโอ๋สุดซอย แต่ทุกวันนี้เดินมาครึ่งซอย” นายทองอยู่ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกนั้น เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่เราควบคุมไม่ได้ มองว่าหากโดนัล ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งได้เสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้อีก จะบ้าอำนาจมากกว่าเดิม ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างแน่นอน ย้ำว่า เป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุมของพวกเรา และประเทศไทย
นายทองอยู่ ย้ำว่า ทุกอย่างทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะภาคขนส่ง และโลจิสติกส์ ดังนั้น หากเขาเสนออะไรที่ให้เฉพาะพวกเรา เราไม่เอา แต่ต้องทำให้ประชาชนทั้งประเทศอยู่ดีมีสุข
ส่วนกรณีที่ที่ผ่านมามีการลดราคาน้ำมันไปแล้วบางส่วนนั้น นายทองอยู่ ระบุว่า รัฐบาลฉลาด ตอบเลี่ยง ๆ คู ๆ การลดภาษีสรรพสามิต B20 และ E20 ซึ่ง B20 มีคนใช้ทั้งประเทศวันหนึ่ง เฉลี่ยไม่เกิน 3 ล้านลิตร ก็พยายามกระตุ้นให้ให้ได้ 9 - 10 ล้านลิตร ซึ่งมันยาก ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนั้น การไปลดภาษีสรรพสามิต เป็นการเกาไม่ถูกที่คัน และประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยังไม่ตอบโจทย์ ดังนั้น รัฐบาลต้องกลับไปทบทวน
ส่วนการลงนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อถอนต้นทุนทิพย์นั้น นายทองอยู่ มองว่า หลายปีที่ผ่านมาที่ไปให้กลุ่มธุรกิจพลังงานเอาคืนได้หรือไม่ ต้นทุนทิพย์เป็นกระพี้ เวลาทำต้องทำที่แกน ทำที่กระพี้ แก้อะไรไม่ได้ ตอนนี้เข้าใจรัฐมนตรีว่ามีแรงเสียดทาน แรงกดดันมากพอสมควร ดังนั้น ต้องใช้ความกล้าความรู้ความสามารถ และอนาคตทางการเมืองกล้าที่จะยืนเคียงข้างประชาชน
นายทองอยู่ ย้ำว่า ตอนนี้ที่ทำอยู่ เหมือนขยับเข้าไปในซอย และต้องอัดกลุ่มทุนพลังงาน ให้สุดซอย อย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องทำจริงอย่าเกรงใจ มีประชาชนอยู่ข้างหลัง ย้ำว่า มาไม่มีการเมือง
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า วันนี้ได้หนังสือจากดีเอสไอมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย ว่ามีพฤติกรรมในการกักตุนเก็งกำไร เอาเปรียบประชาชน ในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 24 ราย ซึ่งรวมไปถึงผู้ประกอบการมาตรา 7 ที่เข้าข่ายด้วย โดยทั้ง 6 ราย ได้รับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และสัปดาห์หน้าได้เชิญเอสไอ หารือที่กรมพลังงาน ว่าขาดข้อมูลเอกสารอะไรบ้าง ทั้งหมดเพื่อให้การดำเนินคดีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และจะตามจนกว่าจะลากตัวไอ้โม่งเข้าคุกได้ ยืนยันว่าจะตามต่อแน่นอน เราจริงใจที่จะแก้ปัญหา
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม ยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยมีการวางโลงศพ และวางดอกไม้จันทร์ เพื่อฌาปนกิจนายทุนเขมือบประเทศ
Advertisement