
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการจัดระเบียบมูลนิธิว่าได้มีข้อสั่งการให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว โดยมอบหมายให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลด้านการจัดระเบียบสังคม รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันกำหนดมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ การดำเนินกิจกรรม ตลอดจนวิธีการเรี่ยไรและขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกมูลนิธิดำเนินงานอย่างถูกต้อง มีมาตรฐาน และมีเจตนารมณ์ในการนำเงินหรือความช่วยเหลือจากประชาชนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ได้เน้นย้ำไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้มูลนิธิเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งอาจเข้าข่ายหลอกลวง ฉ้อโกง หรือฉ้อฉลประชาชน โดยรัฐบาลมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานกำกับดูแลมูลนิธิ สมาคม และองค์กรสาธารณประโยชน์อยู่แล้ว จึงต้องเข้าไปจัดระเบียบ ติดตาม และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนที่มีจิตศรัทธาและตั้งใจช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสเข้ามาเป็นคนกลางเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวจากเงิน ทรัพย์สิน หรือสิ่งของบริจาค ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาและอาจมีความผิดหลายกระทง
นายกรัฐมนตรีจึงขอเตือนผู้ที่คิดจะใช้วิธีการดังกล่าวว่า หากดำเนินการด้วยเจตนาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ก็ขอขอบคุณและยกย่องสรรเสริญ แต่หากทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด รัฐบาลก็จำเป็นต้องเข้าไปจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการเอารัดเอาเปรียบประชาชน
เมื่อถามว่าพฤติกรรมในระดับใดจึงจะสามารถเพิกถอนหรือยุบมูลนิธิได้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากมูลนิธิใดดำเนินกิจกรรมไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน รวมถึงไม่นำเงินหรือสิ่งของบริจาคไปใช้เพื่อสาธารณกุศล ก็ถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ทั้งกฎหมายควบคุมการเรี่ยไร กฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน โดยหากตรวจพบการกระทำดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมการปกครอง และจังหวัดต่าง ๆ จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด
ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้มูลนิธิเปิดเผยรายรับรายจ่ายต่อสาธารณะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันทุกมูลนิธิมีหน้าที่ต้องนำส่งรายงานผลการดำเนินงานประจำปีต่อกรมการปกครองในฐานะนายทะเบียนอยู่แล้ว โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ชี้แจง ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผู้มีจิตศรัทธา
Advertisement