
วันที่ 28 ต.ค. 69 จากกรณี นาย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบกรณี สส. แชร์ข้อมูลจากเพจ Godd Dam เกี่ยวกับภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาทที่พาดพิงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่นั้น
ต่อมา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork” ระบุว่า ดิฉันสงสัยจริงๆ คนอย่าง ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ มีหน้ากล้าไปร้องจริยธรรมคนอื่นได้อย่างไร กล้าตรวจสอบจริยธรรมคนอื่น แต่ดูเหมือนจะไม่เคยตัดน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูพฤติกรรมหรือสำรวจจริยะธรรมของตัวเองกับพวก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแชร์ข้อมูลปลอม เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร คือคนที่ไปยืนแถลงข่าวในสภา ใช้พื้นที่ที่ควรพูดเพื่อประโยชน์ของสาธารณะพูดเพื่อประชาชน ใช้พื้นที่สภาพื้นที่สื่อใส่ร้าย สส.พริษฐ์ วัชรสินธุ เรื่องเผยแพร่เอกสารสำคัญในคดีโกง สว. ซึ่ง สส.พริษฐ์ ไม่เคยทำอย่างที่นายศุภชัยกล่าวหา และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีการแถลงการร์ขอโทษ ไม่มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ พอใครถามถึงเรื่องที่นายศุภชัยแถลงเท็จ ก็จะทนความอายตอบตรงๆ ไม่ไหวทำกล่อมแกล้มทำเปลี่ยนเรื่องไป
กรณีที่ตัวดิฉันแชร์โพสต์จากเพจ Gog Damn ดิฉันไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงใดใดทั้งสิ้น แต่ที่แน่ๆ ข้อมูลดังกล่าวรัฐบาลควรต้องออกมาขี้แจงข้อกล่าวหา เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และถึงแม้ดิฉันจะไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เมื่อความปรากฏพ่อแม่พี่น้องประชาชน พฤติกรรมของตัวดิฉันย่อมถูกวิจารณ์ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฏรได้ และพ่อแม่พี่น้องประชาชนใส่ได้เต็มที่
แต่การที่มีนักร้อง รวมถึง สส.เทียวไปยื่นร้องตรวจสอบจริยธรรมที่ ป.ป.ช. ในกรณีนี้ ขอเริ่มจาก ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ ซึ่งเคยใช้พื้นที่ในสภาแถลงความเท็จ ดิฉันสงสัยจริงๆ ว่ามีหน้ากล้าไปร้องจริยธรรมคนอื่นได้อย่างไร เป็นบุคคลที่ไร้ยางอายที่สุดผู้หนึ่งที่เคยพบเจอ กล้าร้องจริยธรรมผู้อื่นในเรื่องลักษณะเดียวกันแต่กรณีของตนที่รุนแรงกว่ากลับไม่กล่าวถึง
ส่วนนักร้องท่านอื่นๆ ก็ไม่ต้องสงสัย ไม่ร้องกรณีนี้ เดี๋ยวก็หากรณีอื่นๆไปร้อง ต่อไปเพียงแต่ก้าวขาออกจากบ้านผิดข้าง ก็คงจะถูกร้องจริยะธรรมจากคนกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน แต่คนเหล่านี้กลับเพิกเฉยในกรณีอื่นๆเช่น สส. ที่ถูกยึดทรัพย์กรณีเวปพนัน หรือ สส. ที่ยอมรับว่าสามีทำเวปพนัน คนพวกนี้กลับมองไม่เห็นความผิดปกติ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เพียงแต่ใช้กรณีนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเล่นงานพรรคประชาชนเมื่อมีจุดบกพร่องเกิดขึ้น
ถ้านักร้องทุกคน ไม่ได้มีจุดประสงค์อย่างกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่อยากวางบรรทัดฐานเรื่องmedia literacy ให้กับสังคมจริงๆ นอกจากกรณีของดิฉัน ยังนักการเมืองที่เคยพฤติเข้าข่ายลักษณะเดียวกัน แต่ความร้ายแรง รุนแรงกว่ามาก กล่าวคือ เป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมด้วยตัวเอง
นอกจาก ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ ก็ยังมี ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่ทำในลักษณะนี้ มากกว่าหนึ่งครั้ง
ยื่นจริยธรรมรักชนกแล้ว ฝากไปยื่นจริยธรรม นายศุภชัย กับ นายอนุทิน ไปพร้อมกันด้วย และ ถ้าหาก ป.ป.ช. จะวางบรรทัดฐานว่าผิดจริง ก็จะได้โดนไปพร้อมๆ กัน เพราะกรณีของดิฉันยังไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงและไม่มีเจตนากล่าวหา เพียงแต่ต้องการให้ตรวจสอบต่ออย่างเข้มข้น แต่กรณี นายศุภชัย คนไร้ยาง กับ นายอนุทิน ทั้งคู่เป็นต้นทางของข่าวปลอมเอง
ถ้ากรณีแชร์จะวางหลักว่าผิดต้องตัดสิทธิ์การเมือง งั้นกรณีเป็นต้นทางข่าวปลอมเองก็ควรต้องตัดสิทธิ์ยาวไปจนถึงชาติหน้าและชาติถัดไปด้วย
Advertisement