
วันที่ 16 ต.ค. 69 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดการประชุมประจำปี IMF-World Bank Annual Meetings 2026
โดยนายอนุทิน ระบุว่า ประเทศไทยเป็นสถานที่พบปะของผู้คน วัฒนธรรม และ ความคิด เพราะกว่าศตวรรษมาแล้วกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิมของเราก็เป็นศูนย์กลางของการค้าการทูตที่รุ่งเรือง และเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก จากนั้นสยามได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และได้เป็นจุดเชื่อมโยงในปี 1991 โดยไทยได้เป็นผู้จัดการประชุมปีนั้น ในขณะที่โลกกำลังมุ่งไปสู่การประสานรวมในทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นและ 35 ปีให้หลัง ไทยได้ให้การต้อนรับประชาคมโลกอีกครั้ง ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งดั้งเดิมได้ก่อตั้งขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้ปัญหาที่เราเผชิญในปัจจุบันจะแตกต่างจาก 35 ปีก่อนอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบัน AI กำลังมาเปลี่ยนแปลงกิจกรรมและวิถีชีวิตของเรา ฉะนั้นเราจะต้องมุ่งไปสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจ เพราะการแบ่งแยกทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นสิ่งที่มาเปลี่ยนแปลงการค้าและการลงทุน ในขณะเดียวกันการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่เคยเป็นข้อกังวลอุบัติใหม่ ปัจจุบันก็กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและเป็นความท้าทายของเรา เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงต้องอาศัยพวกเราที่จะต้อง ตอบสนองและร่วมมือกัน ทำให้หัวข้อการประชุมในวันนี้คือ ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย ซึ่งหมายถึงอนาคตของทั้งของประเทศไทยและของทุกคน เพื่อให้เรามีความสามารถในการตั้งรับ ปรับตัว เชื่อมโยง ไว้วางใจกัน เข้าถึงเทคโนโลยีและการและเรียนรู้ระหว่างกัน
โดยการประชุมประจำปีครั้งก่อนเป็นผลที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อร่วมมือกับนานาชาติในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและความท้าทายในปัจจุบันที่แม้จะแตกต่างไป แต่หน้าที่ของเรายังคงเดิม
ส่วนสิ่งที่ตกทอดจากการประชุมครั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า คือ การเชื่อมโยงทั้งในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงโอกาส และเทคโนโลยีกับความสามารถของคน ซึ่งเราจะทำให้หุ้นส่วนระดับภูมิภาคมารวมตัวกันและเชื่อมโยงกับทั้งโลก เพื่อที่จะได้เสริมพลังกันและกัน เปิดโอกาสสำหรับการค้าการลงทุน และการพัฒนาร่วมกัน ที่สำคัญคือการเชื่อมโยงนี้จะต้องเข้าถึงประชาชน ธุรกิจเติบโต สร้างทักษะฝีมือแรงงาน และสร้างโอกาสให้กับชีวิตในทุกๆวันให้ดีขึ้น พร้อมให้พลังกับผู้คนโดยให้หลักประกันว่าประชาคมต่างๆ จะได้มีส่วนร่วมและได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ
โดยช่วงท้าย นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยร่วมมือกับ IMF World bank รวมถึงหุ้นส่วนของเราโดยจะเปลี่ยนการเจรจาหารือให้เป็นความร่วมมือเปลี่ยนให้เป็นโอกาสและให้หลักประกันว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในที่นี้จะนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนของพวกเรา โดยกรุงเทพฯจะเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆโดยมีเป้าประสงค์ร่วมกันเพื่อให้เศรษฐกิจโลกรับใช้ประชาชน และมีผลกับทุกประเทศ พร้อมหวังว่าเราจะได้เจอกันในอีก 35 ปีข้างหน้า
Advertisement