
น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนส่วนที่ 1 เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสำรวจความเสียหาย จัดทำบัญชี และจะเข้าประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อใช้เงินในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยค่าใช้จ่ายที่จะช่วยเหลือในเบื้องต้นของเงินทดรองราชการ อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำหลังละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าซ่อมแซมโรงเรือนเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ค่าเช่าบ้านพักที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาท เป็นเวลาสูงสุด 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ สำหรับอาชีพหลักที่หาเลี้ยงครอบครัว ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 13,500 บาท กรณีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนโรงพยาบาล 3 วันขึ้น ไปให้ความช่วยเหลือ 5,000 บาท หากได้รับบาดเจ็บถึงพิการช่วยเหลือ 16,600 บาท
น.ส.ศศิธร กล่าวว่า ส่วนที่ 2 เงินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน พ.ศ.2569 ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วม 7 วันขึ้นไป ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่อยู่อาศัยประจำและที่อยู่อาศัยอาคารสูงถูกน้ำล้อมช่วยเหลือ 5,000 บาท ในกรณีนี้มีข้อสอบถามเข้ามาจากประชาชนที่ได้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐ มีหลายพื้นที่แจ้งมาว่าเมื่อกรอกข้อมูลเข้าไปแล้ว ปรากฏข้อความในระบบว่าที่อยู่ไม่อยู่ในเขตการช่วยเหลือที่เปิดรับ โดย ปภ.และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ได้เปิดให้เข้าลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เวลา 08.00 น เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทยอยเปิดตามในพื้นที่ที่มีการแจ้งประกาศเขตภัยพิบัติ อาจจะทำให้บางพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการทยอยเปิดระบบ แล้วเข้ามาในระบบของช่วงแรก เกิดความติดขัดไม่สามารถเข้าใช้งานได้
น.ส.ศศิธร กล่าวว่า ปัจจุบันทางระบบลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐสามารถใช้งานเปิดได้ทั้ง 65 จังหวัดที่เป็นพื้นที่จะรับการช่วยเหลือ รวมทั้ง 50 เขตของ กทม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อมูลปัจจุบันนี้ผู้ที่ลงทะเบียนขอเยียวยาน้ำท่วมในระบบทางรัฐ ณ วันที่ 4 ต.ค. เวลา 08.30 น. มี 851,547ราย พื้นที่ลงทะเบียนมากสุดคือ กทม. 371,775 ราย รองลงมาสมุทรปราการ 122,786 ราย ปทุมธานี 105,525 ราย และฉะเชิงเทรา 34,604 ราย ซึ่ง ปภ.จะเร่งช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนต่อไป
น.ส.ศศิธร กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้สูงอายุที่มีการสอบถามกันเข้ามาว่า กรณีแจ้งข้อมูลยืนยันเข้ามาในระบบ บ้านเลขที่เดียวกันนั้น ทางระบบจะจัดข้อมูลรหัสเลขบ้านเป็นตัวหลัก หากในเลขบ้านนั้นมีผู้อยู่อาศัยและมีการแจ้งซ้ำซ้อนกัน ระบบจะขึ้นโชว์ว่า บ้านเลขที่นี้ได้มีการแจ้งเพื่อขอรับการเยียวยาแล้ว ส่วนกรณีของผู้ที่ไม่สะดวก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เป็นเจ้าบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ไม่สามารถเดินทางไปสำนักงานเขตหรือที่อำเภอ และไม่สามารถใช้งานบริการระบบออนไลน์ได้ ทาง กทม.ได้มีการประสานแจ้งกับ ปภ.ว่าได้จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการในการลงทะเบียนทั้งระบบ เงินทดรองราชการ และเงินตามมติ ครม.จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของ กทม. ดังนั้น หากบ้านใดมีผู้ที่จะเข้าไปยื่นขอลงทะเบียนเยียวยาจะเป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นและถ้าหากมีการลงทะเบียนซ้ำบุคคลที่ยื่นทะเบียนเป็นรายที่ 2 จะไม่สามารถเข้าลงทะเบียนได้ แต่หากอยากตรวจสอบขอให้เดินทางไปที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อตรวจเช็คข้อมูลและข้อเท็จจริงของการยื่นในบ้านหลังนั้น
น.ส.ศศิธร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีข้อมูลข้อความเข้ามาในระบบว่า มีการแจ้งข้อความเป็นจำนวนมากซ้ำกับ DGA เป็นการแจ้งเตือนจาก ปภ.ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทาง ปภ.และ DGA ได้ร่วมหารือเร่งด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อความที่แจ้งเตือนจากระบบทางรัฐออกไป ข้อความที่ส่งไปนั้นเป็นการส่งไปยังผู้รับรายเดิม ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล ระบบ DGA ไม่ได้ถูกแฮกเข้าไป ตอนนี้อยู่ระหว่างแก้ไขข้อมูล ทาง DGA ได้ปิดระบบในการส่งต่อข้อมูลในช่วง 22.00 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ตกค้างในช่วงเช้าวันนี้ ยังมีข้อความไปถึงมือถือของประชาชน ที่โหลดแอปพลิเคชันไว้ทาง ปภ. กทม.และ DGA ได้กำลังดำเนินการแก้ไขตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว จึงขออภัยประชาชน
Advertisement