
วันที่ 4 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ถึงสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดขณะนี้ว่า จากรายงานฉบับล่าสุดจุดที่น้ำเริ่มลดลงคือ ลุ่มแม่น้ำแม่กลองและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ จ.เพชรบุรี เนื่องจากยังมีปัจจัยที่เขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 10 ต.ค.และในส่วนของภาคใต้ และจ.ฉะเชิงเทรา ยังอยู่ในจุดที่เสี่ยงเช่นกัน
โดยในวันเดียวกันนี้วัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ได้ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตัวเลขการระบายน้ำของทั้งสองจุดจะช่วยให้เห็นทิศทางของน้ำ ทั้งนี้ พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นจุดที่น้ำเพิ่มเติมแล้ว ได้แก่ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กทม. สมุทรปราการ และนนทบุรี ขอให้ติดตามการประกาศอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการ
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของลุ่มแม่น้ำแม่กลองจุดที่ต้องเฝ้าระวังคือ อ.บางคนที และอ.อัมพวา เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบายไปที่แม่น้ำแม่กลอง ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรามีน้ำท่วมถนนหลายจุดการเดินทางสัญจรยังต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางจากกรมทางหลวง ในส่วนของ กทม. พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ ถนนเจ้าคุณทหาร ถนนฉลองกรุง ถนนหลวงแพ่ง หน้าโลตัสลาดกระบัง และถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรในจุดดังกล่าว
น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันนี้จะมีฝนตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในวันที่ 5 ต.ค.จะมีฝนตกในช่วงภาคกลางตอนล่าง กทม.และภาคใต้ โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนลดลง วันที่ 6 ต.ค.จะมีฝนตกมากในภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยในส่วนของภาคใต้ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลลาก และในวันที่ 10-11 ต.ค.มีฝนตกในช่วงภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่เขตบางขุนเทียน กทม. เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
Advertisement