
วันที่ 30 ก.ย. เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมผ่านระบบการประชุมทางไกล
ทั้งนี้ เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุมกันวันนี้ แม้จะนัดประชุมอย่างกระทันหัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น การประชุมในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่ออุดรอยรั่วและเติมเต็มภารกิจซึ่งกันและกันให้สมบูรณ์ที่สุด โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การดูแลสวัสดิการ และความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันต้องขอขอบคุณอาสาสมัคร จิตอาสา ที่ได้เข้าไปดูแลประชาชนอย่างใส่ใจ จนทำให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนได้มีโอกาสลงหลายพื้นที่ ได้เห็นความเดือดร้อนผู้ประสบภัย จึงได้มาประสานงานร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ซึ่งเราต้องยอมรับว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงตำหนิเสียงว่ากล่าวจากพี่น้องประชาชน ต้องมองว่าในสภาวะขณะนี้ เราต้องน้อมรับ และให้กำลังใจพวกเขา เป็นความต้องการของพวกเขาที่สะท้อนออกมา เพื่อหาวิธีการตอบสนองความต้องการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนได้ไปเผชิญมากับทุกสถานการณ์ ซึ่งทุกคนต้องมีความใจกว้างอดทน และอย่าถือสาในเรื่องคำพูดต่างๆ ขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาหาวิธีแก้ไขปัญหาและการการตอบสนองซึ่งกันและกันจะยิ่งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยตนขอเน้นย้ำว่าไม่มีการขัดแข้งขัดขากันหรือเกี่ยงกันซึ่งทุกคนพยายามใช้ อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์เหล่านี้ ตนเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การเข้าร่วมประชุมไม่จำเป็นต้องให้หัวหน้าหน่วยราชการเข้าร่วมทุกวัน แต่หากติดภารกิจสามารถส่งผู้แทนของแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมรายงานสถานการณ์ได้ จะได้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะสถานการณ์แบบนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉะนั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
พร้อมย้ำว่า เรื่องน้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกโดยล่าสุดคือปี 2554 ที้มีการตั้งศูนย์บัญชาการลักษณะแบบนี้ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆจนในที่สุดก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และในวันนี้มาประชุม เพื่อประสานงานให้เป็นระบบ เกิดการบูรณาการความร่วมมือ และในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล ไม่สามารถบอกได้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นเขตพิเศษ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว เพราะความเดือดร้อนเกิดกับประชาชน
ขณะที่ ในส่วนของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปกำกับดูแลในแต่ละภูมิภาค เพื่อดำเนินการบริหารสถานการณ์และประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
สำหรับวาระการประชุมในวันนี้ มีรายงานว่าช่วงต้นของการประชุมนายกรัฐมนตรีได้แจ้งเรื่องให้ที่ประชุมทราบ จากนั้นได้รับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัย การให้ความช่วยเหลือ และแนวโน้มสถานการณ์ จาก ปภ. กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน รวมถึงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี พร้อมมอบข้อสั่งการให้แต่ละหน่วยงานนำไปปฏิบัติ
Advertisement