
ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ทั้งอาคารเรียน อาคารประกอบ ครุภัณฑ์ สื่อการเรียนการสอน และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน สพฐ.จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ สพฐ.ได้ขานรับนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย โดยประสานสำนักนโยบายและแผน และสำนักการคลังและสินทรัพย์ ดำเนินการจัดสรรและโอนงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ให้แก่สถานศึกษาในสังกัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยงบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้ในการปรับปรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม ทั้งอาคารเรียน อาคารประกอบ ครุภัณฑ์ สื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้มีความปลอดภัยและพร้อมกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
นอกจากการจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูความเสียหายแล้ว สพฐ.ยังให้ความสำคัญกับการดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยกำชับให้สถานศึกษาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินความพร้อมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดยังไม่ปลอดภัย ให้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบด้านการเรียนรู้เกินความจำเป็น
พร้อมกันนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาจะติดตามและรายงานความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังระดับน้ำลด เพื่อให้สามารถวางแผนฟื้นฟูได้ตรงตามสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ ทั้งการตรวจสอบอาคาร ระบบไฟฟ้า ครุภัณฑ์ และสภาพแวดล้อม ก่อนเปิดให้นักเรียนกลับมาเรียนตามปกติ
อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะเร่งให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างทันท่วงที โดยยึดความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นสำคัญ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อการเรียนรู้ เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยและจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
Advertisement