
นายสมภพ พอดี นักธุรกิจ และนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย"
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจ มีประชากรอยู่อาศัยกว่า 6 ล้านคน หรือเกือบ 1/10 สร้างรายได้กว่า 1/3 ของทั้งประเทศ
จัดเก็บภาษีได้กว่า 2/3 ของทั้งประเทศ กรุงเทพมหานครและการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทย แต่ปัจจุบันความเป็นจริงกลับตรงข้ามกัน
ตั้งแต่ปีพศ.2565 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 5 ปี นํ้าท่วมกรุงเทพฯทุกปี ไม่ว่าฝนจะตกมากหรือน้อยก็ตาม ตามสถิติของสำนักระบายนํ้าในภาพแรก หน่วยงานรัฐบาลอย่างเช่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจ ประมาณการความสูญเสียจากเหตุการณ์นํ้าท่วมที่ว่านับตั้งแต่พศ.2565 ถึงปัจจุบันนับหมื่นๆล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตด้วย
ผู้ว่าฯกรุงเทพฯคนปัจจุบันทำงานผิดพลาดล้มเหลวทุกปี ต้องขอโทษประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหายทุกปีเช่นกันอย่างในภาพที่สอง แต่ไม่รับผิดชอบอะไร และยังไม่ปรับปรุงแก้ไขการทำงานของตนและทีมงานให้ดีขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่าทำงานไม่เป็น ตัวอย่างความไม่สามารถที่ชัดเจนคือการทำงานของสถานีสูบน้ำ ของสำนักงานระบายนํ้าของกรุงเทพมหานครจากเมื่อวานนี้ ถึงเช้านี้
ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯต้องเดือดร้อนจากนํ้าท่วม สถานีสูบนํ้ากลับไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ดังข้อเท็จจริงจากสำนักระบายนํ้าดังต่อไปนี้
วันที่ 28 กันยายน 2569
เวลา 11.40 น. สถานีสูบน้ำทั้งหมด 172 สถานี ทำงานแค่ 43 สถานี คิดเป็น 25%
เวลา 17.40 น. หรือ 6 ชั่วโมงต่อมา สถานีสูบน้ำทั้งหมด 172 สถานี เหลือทำงานแค่ 37 สถานี คิดเป็น 21.5%
เวลา 21.40 น. หรือ 4 ชั่วโมงต่อมา สถานีสูบน้ำทั้งหมด 172 สถานี เหลือทำงานแค่ 30 สถานี คิดเป็น 17.4%
วันที่ 29 กันยายน 2569
เวลา 7.00 น. สถานีสูบน้ำทำงานแค่ 33 สถานี คิดเป็น 19.2% ของสถานีสูบนํ้าที่มี 172 สถานี
เวลานี้ยังเป็นเวลาของฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก แต่ทำไมสถานีสูบนํ้าที่มีความจำเป็นต่อการป้องกันและแก้ปัญหานํ้าท่วมเกือบ 200 สถานีทำงานได้แค่ประมาณ 20% เท่านั้น? นี่คือหลักฐานถึงความไม่สามารถ และการทำงานไม่เป็นของผู้ว่าฯกรุงเทพฯคนนี้และทีมงาน
แม้ว่ากรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแต่คุณอนุทินยังคงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อกรุงเทพมหานครและคนกรุงเทพฯในฐานะรมว.มหาดไทยและนายกรัฐมนตรี และสมควรต้องพิจารณาว่าจะปล่อยให้คนที่ทำงานไม่เป็นผู้นี้สร้างความเดือดร้อนความเสียหายต่อไป หรือ จะใช้อำนาจตามกฏหมายปลดออกไป ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายและแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่
Advertisement