
(28 กันยายน 2569) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ได้นัดประชุมหน่วยงานในกำกับต่อทันที เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร และเตรียมการช่วยเหลือให้เร็วที่สุด
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทำงานให้เร็ว และวางแผนล่วงหน้า เพราะเรื่องน้ำ เรารอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยแก้ไม่ได้
จึงกำชับหน่วยงานในกำกับให้ดำเนินการทันที โดยเฉพาะการมอนิเตอร์มวลน้ำล่วงหน้า ดูให้ชัดว่าน้ำกำลังไปที่ไหน จังหวัดไหน อำเภอไหน และพื้นที่การเกษตรใดมีความเสี่ยง รวมถึงพื้นที่ปลายน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ และเตรียมแผนสำรวจความเสียหายไว้ก่อน ทั้งคน พื้นที่ และระยะเวลา ไม่ต้องรอให้ประกาศเขตภัยพิบัติแล้วค่อยเริ่มคิด เพื่อไม่ให้มี “ช่องว่าง” ในการทำงานและการช่วยเหลือเกษตรกร
พร้อมทั้งเตรียมการฟื้นฟูหลังน้ำลดตั้งแต่วันนี้ ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิต ทีมช่างซ่อมเครื่องจักรและเครื่องมือการเกษตร หากพื้นที่ใดต้องการเครื่องจักร โดรน หรือความช่วยเหลือที่เกินกำลังของกรม ให้แจ้งมาเพื่อประสานหน่วยงานอื่นเข้าสนับสนุนทันที
‘ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมมาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และประชาชน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์พักพิง โรงครัว ตลอดจนมาตรการด้านหนี้สิน และให้สื่อสารเงื่อนไขการช่วยเหลือแต่ละเรื่องให้ชัดเจน ประชาชนต้องรู้ว่ามีสิทธิ์อะไร ติดต่อใคร และต้องทำอย่างไร
และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานรายงานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลจากพื้นที่ถึงส่วนกลางเร็วที่สุด และสื่อสารกลับไปยังประชาชนว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการอะไรที่สามารถเข้าไปขอรับความช่วยเหลือได้บ้าง
’สิ่งที่ย้ำกับทุกหน่วยงานวันนี้คือ
น้ำกำลังจะไปที่ไหน เราต้องรู้ก่อน พื้นที่ไหนเสี่ยง เราต้องเตรียมก่อน และหลังน้ำลด เกษตรกรต้องการอะไร เราต้องพร้อมก่อน
เราต้องทำงานให้ต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนน้ำมา ระหว่างเกิดภัย จนถึงการเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด‘ รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว
Advertisement