
(21 กค.69)นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงแนวคิดร่วมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกรที่มีการทำไร่ข้าวโพด หรือทำไร่หมุนเวียน ในพื้นที่สูง ปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกพืชวนเกษตร ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรประณีต
อาทิ การปลูกกาแฟ หรือพืชเศรษฐกิจ ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ไปสู่การผลิตสินค้าที่เน้น คุณภาพ นวัตกรรม และการแปรรูป เพื่อสร้างรายได้ต่อหน่วยพื้นที่ที่สูงขึ้น ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5
โดยในขณะนี้ ได้เริ่มต้นโครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ หนุนเกษตรกรใช้พันธุ์กาแฟคุณภาพ ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดโลก ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
นส.ปิยะรัฐชย์ ยอมรับว่า ในปัจจุบันภาคการผลิตกาแฟไทยเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญในการยกระดับการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ที่มีคุณภาพที่ดีเหมาะสมกับพื้นที่ นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาระบบการแปรรูปและการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดกาแฟคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,000-1,500 เมตร มีความเหมาะสมกับการปลูกกาแฟอาราบิก้า และเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญที่สุดของไทย
รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นได้มีการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงตลาด การสร้างเรื่องราว (Storytelling) ของกาแฟอัตลักษณ์เชียงราย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตผู้ประกอบการ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟได้มาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตกาแฟคุณภาพที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในตลาดโลกอย่างครบวงจร
’มั่นใจว่าจะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม การไม่บุกรุกพื้นที่ป่า การไม่เผาในทุกกรณี และการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก เพื่อให้กาแฟไทยเป็นที่ยอมรับระดับสากลและเกษตรกรสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ได้มอบปัจจัยการผลิตต้นกาแฟแก่ผู้แทนเกษตรกร 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 443,700 ต้น
ผู้แทนเกษตรกรอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จำนวน 127,000 ต้น‘
Advertisement