
23 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคดีฟอเร็กซ์ของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายจับ ว่า กรณีที่สมาชิกถูกกล่าวหา หากเกิดขึ้นในสมัยประชุมจะต้องขอสภา ไม่ว่าจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับ หากสภาอนุญาตก็สามารถดำเนินการได้ หากสภาไม่อนุญาต ก็เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มีอยู่ 2 เรื่องคือ 1. ตามหลักแล้วอย่างไรก็ต้องขออนุญาต หรือสมาชิกท่านใดที่ไม่ประสงค์จะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน โดยในอดีตก็เคยมี ฉะนั้น ตามที่ปรากฎเป็นข่าว หากมีหนังสือมาถึงสภา ก็ว่ากัน แต่อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ต้องได้รับการอนุญาตจากสภา
เมื่อถามว่าต้องมีการโหวตในที่ประชุมใหญ่หรือไม่ ถึงแม้เจ้าตัวจะขอไม่ใช้เอกสิทธิ์ นายโสภณ ระบุว่า ครั้งหนึ่ง น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ประสงค์จะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่โดยปกติส่วนใหญ่ก็จะมีการลงมติหรือทำมติในที่ประชุม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่อนุญาต แต่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวที่จะตัดสินใจ
ส่วนกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่อาจโดนคดีเรื่องที่ดินที่นอมินีอยู่ หากมีการขอมา สภาจะปฏิบัติแนวเดียวกันหรือไม่ นายโสภณ ระบุว่า ปฏิบัติไปในทางเดียวกัน หากเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสมาชิก ก็มีกฎหมายคุ้มครองเอกสิทธิ์อยู่แล้ว สภาจะดำเนินการอย่างอื่นไม่ได้ยกเว้นเจ้าตัวแสดงเจตจำนงที่จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ อยากพิสูจน์ตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามสภาไม่อนุญาตอยู่แล้ว โดยธรรมเนียมที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนนี้ โดยกังวลว่าหากมีเรื่องฮั้ว สว. จะถูกประธานสภาตีตก นายโสภณ กล่าวว่า “ไม่ตีตกหรอกครับ” เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบ แต่ต้องตรวจสอบว่าเข้าข้อบังคับหรือไม่ หากเข้าข้อบังคับ ก็สามารถทำได้ทั้งหมด ขอเรียนว่าเรื่องนี้เราพูดกันมาก แต่ไม่ต้องกังวล ตามข้อบังคับรัฐธรรมนูญ ประธานทำอย่างอื่นไม่ได้ ฉะนั้น ก็เป็นดุลพินิจของฝ่ายค้านที่จะทำหน้าที่
Advertisement