Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปะทะเดือดกลางสภา! "พริษฐ์" ซัด กกต. ปมตัดตอนคดีฮั้ว สว.

ปะทะเดือดกลางสภา! "พริษฐ์" ซัด กกต. ปมตัดตอนคดีฮั้ว สว.

16 ก.ย. 69
14:49 น.
แชร์

ปะทะเดือดกลางสภา! "พริษฐ์" ซัด กกต. ปมตัดตอนคดีฮั้ว สว. แซะ "อนุทิน" ทำ "ภูมิใจไทย" ประท้วงวุ่น "กรุณพล" สวนแรง "ผมไม่มีพี่แบบนี้"

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในที่ประชุม วาระการพิจารณารับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และคณะมาชี้แจงต่อรัฐรัฐสภา นายแสวง ได้กล่าวถึงภาพรวมของผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในปี 2567-2568 ทางสำนักงานยินดีและพร้อมที่จะรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากสมาชิก

โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน ภารกิจที่สำคัญที่สุดของ กกต.ในปี 2567 หนีไม่พ้นเรื่องการจัดการเลือก สว. ให้สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งล่าสุด กกต. มีมติเสียงข้างมากในมหากาพย์การโกงครั้งนี้มีจำนวนคนที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงและเห็นควรสั่งฟ้องไปที่ศาลทั้งหมดเพียงแค่ 77 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับข้อเสนอ ของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และน้อยกว่า ความเห็นของเลขาธิการที่ถูกจัดทำโดยรองเลขาธิการ กกต. หากทุกองค์ประกอบของ 77 คนก็จะเห็นว่ามี สว. เพียงแค่ 26 คน กลุ่มแกนนำพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

" จึงเห็นว่ามติเสียงข้างมากของกกต. ขัดกับหลักการหลักกฎหมายและหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะและต่อหน่วยงานอย่างกกตเรียกได้ว่าเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง " นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า มติของ กกต. สะท้อนว่าเสียงข้างมากของ กกต. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัวด้วยกัน ช้างตัวที่ 1 คือ ความเป็นขบวนการของการโกงสว. ความผิดปกติที่ชัดที่สุดในมติของ กกต. และคำอธิบายของประธาน กกต. คือพยายามตีกรอบและบีบให้เรามองเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว. แยกขาดจากกันเหมือนกับว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย กรอบดังกล่าวขัดกับหลักฐานทั้งหมดที่ชัดและฟ้องว่าการโกง สว. ครั้งนี้เขาทำกันเป็นขบวนการ เช่น โพยใบสั่ง หากดูในโพยทั้งหมดจะเห็นว่า จำนวน สว. ที่มีหมายเลขปรากฏในโพย 130 กว่าคน รวมถึง 26 คนที่ถูกสั่งฟ้องด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ กกต. เสียงข้างมากเห็น แต่พยายามบอกว่ามี สว. 26 คนที่ กกต. เห็นว่าได้กระทำการทุจริตและปรากฏอยู่ในโพย แต่อีก 100 กว่าคนที่ปรากฏอยู่ในโพยเดียวกันไปปรากฏอยู่ได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับ 26 คนนั้นเลย และไม่มีการกระทำทุจริตใด ๆ เลย

หลักฐานชั้นที่ 2 คือสถิติการลงคะแนนในการเลือกระดับประเทศ ซึ่งเป็นหลักคณิตศาสตร์ และตัวเลขยืนยันว่ามีการแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบและเป็นขบวนการ หากเชื่อตามที่ กกต. เสียงข้างมาก บอกว่าการโกง สว. ไม่ได้ทำเป็นขบวนการสิ่งที่เราจะต้องเห็นคือคะแนนต้องกระจายตัว

หลักฐานที่ 3 คือศูนย์ทำโพย กกต. เสียงข้างมากพยายามบอกว่า เหตุการณ์ที่ศูนย์ทำโพยเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกันและไม่เชื่อมโยงกัน ซึ่งสวนทางกับหลักฐานและข้อเท็จจริง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นขบวนการเดียวกัน มีการจัดรูปแบบและขั้นตอนที่เหมือนกันในทุกศูนย์ทำโพย รวมถึงแชร์วิทยากรคนเดียวกัน

และหลักฐานที่ 4 คือ การปฐมนิเทศ สว. หลังจากได้รับการเลือก แต่ไม่กี่วันหลังจากที่ สว. 200 คนถูกรับรอง และก่อนจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ 2 วัน เรามีหลักฐานว่า สว.หลาย 10 คน ไปประชุมร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน แล้วตกลงกันว่าใครจะได้เป็นประธานและรองประธาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากพยานบุคคลหลายคน และสอดรับกับสัญญาณโทรศัพท์ ว่ามี สว.อย่างน้อย 40 คนที่ปรากฏตัวอยู่ที่โรงแรมพูลแมนจริง

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ไม่ได้มีแค่ตนที่เห็นหรือเชื่อแต่ทางอัยการเองก็เคยตีกลับสำนวนที่ DSI เคยสรุป และสั่งฟ้องแค่ 8 คน โดยระบุชัดในเอกสารว่า 8 คนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการ ซึ่งหน่วยงานจะตัดทอนแบ่งแยกหรือดำเนินคดีบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหาได้ไม่

" ช้างตัวที่ 1 ตรงนี้มันกำลังบอกเราว่าความพยายามของกกตเสียงข้างมากในการปฏิเสธ ความเป็นขบวนการของการโกงสวก็ไม่ต่างอะไรกับการที่บอกว่าหากสมมุติมีการวางระเบิด 20 จุดพร้อมกันในรูปแบบเดียวกันทั่วกรุงเทพมหานคร กกต. เสียงข้างมาก กำลังบอกว่าให้พิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกขาดจากกันให้ดูเฉพาะหลักฐานว่าเกี่ยวกับใครบ้าง ที่อัดขับรถและไปวางระเบิดในจุดต่าง ๆ แต่ไม่ให้พิจารณาว่า 20 จุดนั้นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกันและกัน และไม่ให้พิจารณาว่ามีคนใดหรือองค์กรใดที่อยู่เบื้องหลัง ในการวางแผนและบงการขบวนการดังกล่าวหรือไม่ " นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ช้างตัวที่ 2 ที่ กกต. เสียงข้างมากทำเป็นมองไม่เห็นคือความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย หลักฐานจำนวนมากชี้ไปถึงพรรคภูมิใจไทย แม่กกตไม่ได้สั่งฟ้องรัฐมนตรีหรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว แต่ในบรรดา 77 คนที่ถูกสั่งฟ้องมีหลายคนที่เกี่ยวข้องและเป็นคนคุ้นเคยของพรรคภูมิใจไทยทั้งนั้น แม้ กกต. เสียงข้างมากจะปัดตกคำให้การของพยานรหัสที่ 16/26

ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิ์ประท้วงประธาน ว่า วันนี้เป็นรายงานของ กกต. แต่สิ่งที่อยากประท้วงคือเนื้อหาที่อภิปรายควรเป็นเรื่องในรายงานนั้น สิ่งที่กำลังจะพูดตนกลัวว่า จะไปถึงภารโรงคนทำความสะอาดพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะสิ่งที่พูดมาเป็นเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องและพรรคของตนได้รับความเสียหาย จึงขอให้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง อย่าให้มีการอภิปรายให้เกิดความเสียหายกับพรรคตนเลย

โดยนายโสภณ กล่าวว่า การอภิปรายการเลือกตั้งสว. ก็อยู่ในรายงาน ส่วนที่มีการกล่าวหาถึงพรรคภูมิใจไทยเป็นการกล่าวหา จึงขอให้นายพริษฐ์ใช้ดุลพินิจ เพราะหากพูดบ่อย ๆ เป็นการกล่าวหาเสมือนจริงจะเอาความรู้สึกของตัวเอง ไปตัดสินว่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยแบบนั้นไม่ถูก คนที่ไม่ได้ตามมาตั้งแต่ต้นก็จะมองเหมือนนายพริษฐ์ จึงขอให้อภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้องแต่ควรพึงระวังการกล่าวหาที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ ตนก็รักษาความเป็นกลางอยู่

นายพริษฐ์ ยืนยันว่า เนื้อหาที่พูดเมื่อสักครู่เป็นข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นความรู้สึกของตนเอง ว่าในบรรดา 77 คน มีอดีตรองประธานสภาจากพรรคภูมิใจไทย สส. จากพรรคภูมิใจไทย มีพ่อของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย

ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่พรรคเป็นเพียงบุคคลให้แยกกันออก ใครจะทำความผิดหรือมีพฤติกรรมอะไรไม่เกี่ยวข้องกับพรรคตนต้องวินิจฉัยแบบนี้

นายพริษฐ์ จึงกล่าวต่อว่า แม้ว่า กกต.มีมติเสียงข้างมากไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคหรือรัฐมนตรีไปที่ศาล แต่ตนพยายามชี้ว่าหลักฐานหลายประการเชื่อมโยงไปถึง เช่น ข้อมูลประวัติการโทรศัพท์

ทำให้นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงประธานอีกครั้ง ว่า สิ่งที่นายพริษฐ์กำลังเสนอฟังได้ว่า เป็นสำนวนการสอบสวนซึ่งเป็นเอกสารลับและเป็นข้อมูลที่ กกต. ยังไม่เปิดเผย สิ่งที่กำลังอภิปรายอยู่ เป็นการเอาข้อมูลที่น่าเชื่อว่าเป็นความลับของราชการมาเปิดเผยและมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยเอกสาร จึงถามประธานว่าปล่อยให้เอาของที่ไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายอยู่ในสภาได้อย่างไรต้องควบคุมห้ามไม่ให้ทำแบบนี้

นายโสภณ จึงกล่าวว่า การกล่าวหาที่บอกว่าเป็นเรื่องเถื่อน กกต.ชี้แจงได้ ถ้าจะไม่ให้พูดเลยก็คงไม่ได้รายงานต้องเข้าใจคนทำหน้าที่ประธานด้วย ตนไม่ได้เข้าข้างฝั่งไหนต้องยึดข้อบังคับในการทำงาน

จากนั้นนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงว่า เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นประท้วงเมื่อสักครู่ ประธานได้วินิจฉัยถูกต้องว่าหน้าที่การตอบหรือชี้แจงเป็นของ กกต. ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน

นายศุภชัย จึงประท้วงประธานอีกครั้งว่า เอกสารที่นำมาแสดงพาดพิงมาถึงพรรคของตน กกต. คงไม่ตอบ เราไม่เกี่ยวแต่ในรายงานของ กกต. มันไม่มีสำนวนการสอบสวนนั้นอยู่

ทำให้นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ประท้วงประธาน ที่ปล่อยให้สมาชิกลุกขึ้นประท้วงไม่เป็นไปตามข้อบังคับ และยังไม่ใช่เวลาอภิปรายของสมาชิก ทำให้นายศุภชัยพูดขึ้นมาว่า "ใจเย็น ๆ น้อง ใจเย็น ๆ" นายกรุณพลจึงกล่าวว่า "ผมไม่มีพี่แบบนี้ครับ" นายศุภชัยจึงกล่าวว่า "โอ้ ตกลงไม่ไม่นับน้องกันแล้ว" โดยนายโสภณพยายามควบคุมการประชุมและขอให้ตั้งสติดี ๆ และคำวินิจฉัยของประธานถือเป็นที่สิ้นสุด

จากนั้นนายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เข้าใจดีว่าเพียงแค่ประวัติการโทรศัพท์ไม่ใช่เป็นสิ่งยืนยัน ว่ามีการกระทำเกี่ยวกับการโกง สว. ก็อยากให้ กกต. ตอบว่าเขาโทรคุยกันเรื่องอะไร ทำไมผู้เชี่ยวชาญประจำตัวกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทยต้องโทรหา สว. จำนวนมาก เข้าใจดีว่าทางพรรคในฐานะองค์กรเอง ก็ชอบให้เหตุผลว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะ เคยออกประกาศกำชับไม่ให้ลูกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. แต่ถึงวันนี้ที่กกตยืนยันและสั่งฟ้องคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยก็มีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือ 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคทำงานไม่ได้เรื่องในในการกำชับให้สมาชิกพรรคไม่ไปยุ่งกับการเลือก สว.

แต่ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ที่ผู้อภิปรายระบุว่านายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคทำงานไม่ได้เรื่อง ขอให้ถอน และขอฝากว่าสิ่งที่ต้องพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ข้อท้วงติงข้อสังเกต และสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพวกเราได้ฟัง

นายพริษฐ์ จึงอภิปรายต่อว่า ความเป็นไปได้แรกจะไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่อาจเป็นความเป็นไปได้สอง คือนายอนุทิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันโกงการเลือก สว. ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่าการพูดประเด็นนี้ถือว่าไม่ถูกต้องเพราะ กกต. แถลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ท่านจะยอมหรือไม่ก็เป็นเรื่องของท่าน ความจริงปรากฏแล้วว่า นายอนุทินไม่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้ส่งฟ้องศาล ดังนั้นการพูดประเด็นนี้ ถือว่าไม่ถูกต้อง และหากพูดคำนี้อีกตนเองจะไม่ให้อภิปรายแล้ว

นายพริษฐ์ ได้อภิปรายต่อว่า ตนเองตกใจเพราะเมื่อวันจันทร์ตนเองได้ยินประธาน กกต.ชี้แจงว่านายอนุทิน ไม่เกี่ยวกับการโกง สว.ไม่คิดว่าจะได้ยินจากประธานสภาฯ ด้วย ก่อนจะกล่าวถึงช้างตัวที่ 3 กกต.จงใจมองไม่เห็นมาตรฐานของ กกต.ในอดีต เข้าใจว่าแต่ละฝ่ายมีดุลยพินิจแตกต่างกันได้ แต่สิ่งที่สังคมคาดหวังคือ กกต.ใช้ดุลยพินิจในมาตรฐานเดียวกันกับทุกคดี แต่จากการทำงานของ กกต.ปีก่อนมีการสั่งฟ้องคดีเลือก สว.ไปที่ศาล แม้จะมีหลักฐานเพียงแค่แชทไลน์ไม่กี่ข้อความระหว่างผู้สมัครสองคนที่จับคู่เพื่อแลกคะแนนกัน

มาปีนี้ กกต.กลับไม่สั่งฟ้อง สว. 130 กว่าคน ที่ปรากฏอยู่ในโพยใบสั่ง ทั้งที่มีผลคะแนนออกมาสอดคล้องกับโพยใบสั่ง ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ชัดว่ามีการแลกคะแนนอย่างเป็นระบบ ดังนั้นมติ กกต.จึงขัดกับมาตรฐานของ กกต.ในอดีต เมื่อปีมติที่ได้สร้างความเสียหายแล้ว สิ่งที่ กกต.ต้องทำขั้นต่ำ 4 ประการ คือ

1.ขอให้เลขาธิการ กกต.ลุกขึ้นมายืนยัน ว่าจะมีการเปิดเผยมติทั้งหมดทุกข้อกล่าวหา และเปิดเผย ว่า กกต.คนไหนลงคะแนนอย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร

2.ขอให้เลขาธิการ กกต. ลุกขึ้นมายืนยันว่า กกต. จะส่งสำนวนทั้งหมด รวมถึงความเห็นของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ความเห็นของรองเลขาธิการ และบันทึกการประชุมของคณะอนุชุดที่ 36 ไปศาลฎีกา

3.ขอให้ เลขาธิการ กกต.ลุกขึ้นมายืนยันว่า จะดำเนินการสืบสวนการโกงเลืแก สว.ที่ได้ปรากฎต่อสาธารณะไปแล้ว แต่ไม่ได้ปรากฏในสำนวนคดี เช่นเหตุการณ์ที่โรงแรมหนึ่งที่มีคลิปเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนหน้านี้

4.ขอให้ เลขาธิการ กกต.ลุกขึ้นมายืนยันว่าหากกระบวนการไต่สวนของศาลต่อ 77 คน ที่สั่งฟ้อง หากปรากฏหลักฐานที่เชื่อมโยงกับบุคคลอื่น ท่านจะรื้อฟื้นการสืบสวนคดีดังกล่าวและสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมที่ศาล

นายพริษฐ์ ยังระบุถึง มติ กกต. 5:2 ที่เห็นควรไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย 12 คน เพราะราะการตัดสินใจและการใช้ดุลยพินิจของ กกต. 4 คนที่มาจากการรับรองโดย สว.สีน้ำเงินที่ใช้ดุลยพินิจในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา ที่ทำให้ กกต. 4 คนได้มาเป็น กกต.ในทุกวันนี้ หาก กกต.ยังคงเดินหน้าใช้อำนาจในลักษณะที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพื่อการต่างตอบแทนทางการเมืองมากกว่าการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักการและหลักกฎหมาย ตนเองก็ได้แต่กังวลใจถึงความน่าเชื่อถือของ กกต.ในสายตาของสังคม ความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อความเป็นอิสระและความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรมขององค์กร ท่านจะเหลือสักเท่าไรในวันที่ท่านกลับมารายงานประจำปีต่อสภาฯ ในปีหน้า

Advertisement

แชร์
ปะทะเดือดกลางสภา! "พริษฐ์" ซัด กกต. ปมตัดตอนคดีฮั้ว สว.