Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ศุภชัย" จี้กกต.สอบเอกสารสำนวนคดีฮั้วสว.ชุด26ถึงมือ"พริษฐ์"ได้อย่างไร

"ศุภชัย" จี้กกต.สอบเอกสารสำนวนคดีฮั้วสว.ชุด26ถึงมือ"พริษฐ์"ได้อย่างไร

26 ส.ค. 69
15:20 น.
แชร์

"ศุภชัย" จี้ กกต.เร่งสอบเอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว. ชุดที่ 26 หลุดถึงมือ "พริษฐ์" ได้อย่างไร เรียกร้อง ร.ต.อ.ชนินทร์ ประธานคณะกรรมการไต่สวน ออกมาชี้แจง

(26 ส.ค. 2569) ที่แถลงข่าวอาคารรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวถึงกรณีเอกสารสำนวนการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ถูกนำออกมาเผยแพร่ โดยระบุว่า เป็นประเด็นต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่ได้เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนคดีฮั้ว สว. หลังมีบุคคลและกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงไอลอว์ นำเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนการสอบสวนและการไต่สวนออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์

นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เห็นว่าเป็นการนำเอกสารของทางราชการ ซึ่งเป็นเอกสารที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนและมีลักษณะเป็นข้อมูลที่ต้องเก็บรักษา ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว

ล่าสุด วันนี้มีการนำเอกสารออกมาเปิดเผยอีก โดยนายพริษฐ์ได้นำเอกสารมาแสดงต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าเป็นสำนวนการไต่สวนชุดที่ 26 และอาจมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับชุดที่ 36 ด้วย โดยเอกสารดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนไต่สวนผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงระบุหมายเลขกลุ่มและลำดับของบุคคลที่อยู่ในกระบวนการไต่สวน

นายศุภชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งในขณะนั้นมีบุคคลจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยเฉพาะบุคลากรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 3 คน

หนึ่งในบุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ นายเอกรินทร์ ดอนดง ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเกี่ยวข้องกับงานด้านคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26

นายศุภชัย ย้ำว่า ประเด็นที่ตั้งคำถามไม่ได้หมายความว่าเอกสารดังกล่าวถูกนำออกมาโดยนายเอกรินทร์ แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบคือ เอกสารที่อยู่ในความครอบครองหรือความรับผิดชอบของนายเอกรินทร์ และคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 สามารถหลุดไปอยู่ในมือของนายพริษฐ์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้อย่างไร

พร้อมระบุว่า หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการแจ้งความแล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษและกระทรวงยุติธรรมที่จะดำเนินการตามกระบวนการ แต่ในส่วนของ กกต. ก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้ เนื่องจากเอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. โดยตรง

นายศุภชัย จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ว่าเหตุใดเอกสารจึงหลุดออกไปอยู่กับบุคคลภายนอก และต้องตรวจสอบด้วยว่าเป็นความตั้งใจหรือเป็นความละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้เอกสารและสำนวนการไต่สวนถูกนำออกไปเผยแพร่

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องว่า หาก กกต. เห็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญา ก็ควรดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการปราบปราม หรือสถานีตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาผู้รับผิดชอบ

นายศุภชัย ยังตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการ คือ ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต. ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน มีหน้าที่ดูแลเอกสารและกระบวนการไต่สวนทั้งหมด แต่เหตุใดเอกสารจำนวนมากจึงหลุดออกไปอยู่ในมือของบุคคลภายนอกได้

จึงเรียกร้องให้ ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ ออกมาชี้แจงต่อสังคม รวมถึงชี้แจงต่อ กกต. ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และเหตุใดเอกสารซึ่งอยู่ในกระบวนการไต่สวนจึงถูกนำออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ

นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้บุคคลภายนอกที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ยังคงนำเอกสารทางราชการออกมาเผยแพร่ ทั้งที่เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบางคนอาจอ้างว่าตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน จึงไม่มีความผิด แต่หากการสอบสวนพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่นำเอกสารออกมาจากหน่วยงาน หรือมีส่วนร่วมในการนำเอกสารออกมาเผยแพร่ ก็อาจต้องพิจารณาความรับผิดตามกฎหมายในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุน ทั้งนี้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

นายศุภชัย ย้ำว่า ข้อเรียกร้องของตนมี 2 เรื่องสำคัญ คือ ขอให้ กกต. เร่งดำเนินการสอบสวนกรณีเอกสารสำนวนการไต่สวนหลุดออกไป และขอให้ ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก ในฐานะประธานคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า เอกสารเหล่านี้หลุดออกไปอยู่ในมือบุคคลภายนอกได้อย่างไร

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนระบุว่า วันที่ 31 สิงหาคมนี้ จะออกมาติดตามท่าทีและมติของ กกต. อย่างใกล้ชิด นายศุภชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อสงสัยว่า หากนายพริษฐ์นำข้อมูลของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 มาเปิดเผย เหตุใดจึงไม่นำข้อมูลหรือผลการพิจารณาของชุดที่ 36 มาเปิดเผยและเปรียบเทียบให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

นายศุภชัย กล่าวว่า หากมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และชุดที่ 36 ก็ควรนำข้อมูลของทั้งสองชุดมาแสดงให้ประชาชนเห็นอย่างครบถ้วน เพื่อให้ประชาชนสามารถพิจารณาและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ควรเลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่เห็นว่าตรงกับความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

พร้อมตั้งคำถามว่า หากอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ก็ควรเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณา ไม่ควรนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วนแล้วแสดงความคิดเห็นชี้นำประชาชน

นายศุภชัย ยังอธิบายถึงกระบวนการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนว่า การตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดต่างๆ เป็นขั้นตอนตามกระบวนการของ กกต. ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อหักล้างหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการ โดยคณะกรรมการแต่ละชุดจะดำเนินการสอบสวนและไต่สวนตามประเด็นที่ได้รับมอบหมาย ก่อนเสนอผลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ต่อไป

ดังนั้น แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามีการโทรศัพท์หรือมีความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลอย่างไร แต่การพิจารณาว่าบุคคลใดกระทำความผิดหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและเหตุอันควรเชื่อได้ตามกระบวนการ ไม่ใช่การตัดสินจากข้อมูลบางส่วนที่ถูกนำมาเผยแพร่

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่ต้องการให้รัฐบาลนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องเพื่อปิดปากผู้ที่นำข้อมูลมาเปิดเผย โดย นายศุภชัย ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มต้นข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่ก็ยังไม่มีใครถูกปิดปาก และหากมีการแจ้งความหรือดำเนินคดี ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

พร้อมย้ำว่า ไม่มีใครควรคิดว่าตัวเองมีความชอบธรรมเหนือกว่าคนอื่น หรือผูกขาดความรักชาติ เพราะยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่รักชาติ และอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ อย่างไรก็ตาม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หากมีการกล่าวร้ายหรือใส่ร้ายบุคคลอื่น บุคคลที่ได้รับความเสียหายก็ย่อมมีสิทธิที่จะปกป้องตนเองตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารดังกล่าวอาจหลุดออกมาจากนายเอกรินทร์หรือไม่นั้น นายศุภชัย ย้ำว่า ไม่ได้ระบุว่าเอกสารออกมาจากนายเอกรินทร์ และไม่ได้กล่าวหาว่านายเอกรินทร์เป็นผู้ส่งเอกสารให้ใคร แต่ประเด็นสำคัญคือ เอกสารอยู่ในความครอบครองหรืออยู่ในความรับผิดชอบของนายเอกรินทร์และคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 แล้วเอกสารดังกล่าวหลุดไปอยู่ในมือของนายพริษฐ์ได้อย่างไร

พร้อมระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สำนวนการไต่สวนคดีฮั้ว สว. มีการแบ่งเป็นชุดๆ และเอกสารที่นายพริษฐ์นำออกมาแสดงและเผยแพร่ เป็นเอกสารที่อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีนายเอกรินทร์เป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสำนวนดังกล่าว จึงเห็นว่าเรื่องนี้ กกต. จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเอกสารหลุดออกจากกระบวนการไต่สวนได้อย่างไร และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Advertisement

แชร์
"ศุภชัย" จี้กกต.สอบเอกสารสำนวนคดีฮั้วสว.ชุด26ถึงมือ"พริษฐ์"ได้อย่างไร