Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์"แท็กทีมยื่นฟ้องป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดีซุกหุ้นศักดิ์สยาม

"ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์"แท็กทีมยื่นฟ้องป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดีซุกหุ้นศักดิ์สยาม

7 มิ.ย. 69
13:18 น.
แชร์

"ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์"แท็กทีมแถลงเปิด4คำร้องยื่นเอาผิดป.ป.ช.ยกคำร้องคดีซุกหุ้น"ศักดิ์สยาม"ดักคอ"โสภณ"อย่าเตะถ่วงเหตุหลักฐานชัดแค่ส่งต่อประธานศาลฎีกา

วันที่ 7 มิ.ย. ที่พรรคประชาชน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล พร้อมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดรายละเอียดคำร้องที่พรรคฝ่ายค้านและ สว. ได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่า ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีการยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แถลงย้ำในข้อเท็จจริง ตามคำร้องต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจปี2565 กรณีการซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตัคชั่น และนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และศาลมีคำวินิจฉัยชี้ความผิดพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะนั้น

พร้อมยก 3 พฤติกรรมที่น่าสงสัยของกรรมการ ป.ป.ช. และนำไปสู่การยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อส่งคำร้องประธานศาลฎีกา คือ 1. ยุติเรื่องการสอบกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ที่ไม่สมเหตุสมผล ที่อ้างถึงการถือหุ้นห้างหุ้นส่วนฯ เท่านั้น แต่ประเด็นที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ การตรวจสอบหนี้สินที่นายศักดิ์สยามที่มีต่อ ผจก. 2. การตีความมีปัญหา ของ ป.ป.ช. กรณีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ม.126(2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ซึ่งไม่ได้มีการสอบกรณีการเข้ารับตำแหน่งยังมีการถือหุ้นอยู่หรือไม่ แต่ไปไต่สวนว่านายศักดิ์สยามไปยุ่งเกี่ยวห้างหุ้นส่วน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายดังกล่าว และ3.ตั้งแต่ยื่นคำร้องไม่เคยได้รับจดหมายเรียกไปให้ถ้อยคำหรือให้ข้อมูลต่อป.ป.ช. แม้แต่ครั้งเดียว

“ผมไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าของคำร้อง และเมื่อมีการยุติเรื่องหรือยกคำร้องใดๆ ก็ไม่เคยได้รับแจ้งให้ทราบเลยนี่เป็นปัญหาการเลือกปฏิบัติของ

ป.ป.ช. ว่าจะรับฟังข้อมูลจากฝั่งใด จะไต่สวนในทิศทางใด และเป็นปัญหาในความโปร่งใสของ ป.ป.ช. ไม่มีการเปิดเผยให้สาธารณะทราบในระหว่างกระบวนการและจบกระบวนการ และตัวผู้ร้อง ไม่เคยได้รับแจ้งใดๆ” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

ด้านนายพริษฐ์ เปิด 4 ประเด็น ในคำร้องของที่ยื่นถึงเอาผิด คือ 1.ป.ป.ช.มีกระบวนการบกพร่อง โดยหลังจากมีการยื่นคำร้องในคดีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ใช้เวลา 3 ปี 5 เดือน ก่อนยุติการตรวจสอบเมื่อ ก.ย.68 โดยเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ตามระเบียบ ป.ป.ช. มีด้วยกัน 3 ระดับ ตั้งแต่ตรวจสอบปกติ ตรวจสอบยืนยัน และตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งในกรณีของนายศักดิ์สยาม ป.ป.ช.ควรจะจะต้องตรวจสอบเชิงลึก เพราะกระบวนการพฤติกรรมที่ปรากฏในชั้นศาลรัฐธรรมนูญว่า มีการซุกหุ้น และการถือครองทรัพย์สินแทนกัน แต่ที่พบคือ ป.ป.ช.ไม่ได้ตรวจสอบเชิงลึก ตรวจสอบเพียงระดับตรวจสอบปกติ ตรวจสอบยืนยัน จึงเป็นข้อสงสัยว่าทำไมป.ป.ช. ไม่ตรวจสอบเชิงลึก และเป็นเพราะใครที่ไม่อนุมัติให้ตรวจสอบในเชิงลึก

ส่วนอีกคำร้องคือ การตรวจสอบความผิดอาญา ใช้เวลาตรวจสอบ 3 ปีห้า 5 เดือน ก่อนจะยุติคำร้องในเมื่อ ก.พ.69 ซึ่งตามระเบียบของ ป.ป.ช. ต้องสอบตรวจสอบเบื้องต้น ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561มาตรา 49 หากพบว่า มีข้อมูลละเอียดไม่เพียงพอ ป.ป.ช. ก็มีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณาต่อได้ แต่หากตรวจสอบเบื้องต้นแล้วค้นพบว่า มีข้อเท็จจริง หรือเพียงหลักฐานที่เพียงพอ ป.ป.ช.ก็จะต้องดำเนินการไต่สวน แต่ที่พบคือ หลังตรวจสอบเบื้องต้น กลัชมีข้อสรุปว่า มีข้อมูลไม่เพียงพอ และมีมติยุติการตรวจสอบ ไม่รับคำร้อง และไม่มีการดำเนินการไต่สวน

2.ป.ป.ช. ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยผิดอย่างชัดแจ้ง โดยป.ป.ช. มีความพยายามแย้งว่าทางความผิดต่อทั้งสองประเด็นไม่เหมือนกัน และสิ่งที่ผูกพันกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคือตัวผล แต่ 2 ข้อโต้แย้งนี้ สิ่งที่ป.ป.ช.ปฏิเสธไม่ได้ คือ ควรเป็นข้อเท็จจริงชุดเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและวินิจฉัย ซึ่งมีหลักฐานทั้งการโอนหุ้น เส้นทางการเงิน ใบเสร็จ ใบวางบิล แม้ป.ป.ช. จะโต้แย้งว่า เป็นคนละประเด็นกัน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือข้อเท็จจริงที่ป.ป.ช.ต้องใช้ในการพิจารณาควรเป็นข้อเท็จจริงในชุดเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

3.ป.ป.ช.มีพฤติการณ์ในการปกปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ ฝ่ายค้านนื่นคำร้แงหลังจากมีการยื่นคำร้องเมื่อ ก.ย.65 ผ่านมา 3 ปี ป.ป.ช.มีมติตรวจสอบคำร้องกรณีตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ต่อมา ก.พ.69 ก็มีมติตรวจสอบคำร้องกรณีความผิดอาญา แต่กว่าป.ป.ช. จะออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบช่วง ก.พ. - มี.ค.69 แต่กว่าจะออกแถลงการณ์ชี้แจงสังคมก็ เม.ย.69 ถัดมานายปกรณ์วุฒิมีการยื่นคำร้องขอเอกสารจากป.ป.ช. เดือน พ.ค.69 โดยไทม์ไลน์นี้ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมของปป.ป.ช. ที่มีการเพิกเฉย ตอบสนองด้วยความล่าช้า และมาถึงวันนี้ป.ป.ช.ก็ยังไม่เคยมีการแจ้งผู้ร้องว่ามีการยุติการตรวจสอบ และส่งเอกสารตามที่ร้องขอ

4.ป.ป.ช.ละเว้นข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่อยู่ในคำร้อง และที่ปรากฎในกระบวนการพิจารณา โดยข้อหาที่ละเลยคือ ข้อหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งในคำร้องมีการพูดถึงความผิดตามข้อหาชัดเจน แต่สิ่งที่พบหากดูตามคำแถลง ป.ป.ช. จะพบว่า ป.ป.ช. ไม่ได้วินิจฉัยประเด็นนี้เลย หรือไม่วินิจฉัยในประเด็นครอบครองหุ้นในบริษัทดังกล่าวหรือไม่ เป็นความพยายามปกป้องนายศักดิ์สยาม หรือ ช่วยน้ำเงินหรือไม่

หลังการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวถามถึงกรอบเวลาว่าจะมีการขีดเส้น ให้ประธานรัฐสภาหรือไม่ จะให้ความชัดเจนเรื่องนี้เมื่อไหร่ รวมถึงจะส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาหรือจะปัดตก และหากถูกปัดตกจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายพริษฐ์ ยอมรับว่า เรื่องของกรอบเวลาเป็นช่องโหว่อย่างหนึ่ง ที่ไม่มีระเบียบหรือประกาศของสภาฯ ในการกำหนดกรอบเวลาอย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีเมื่อสมัยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เคยมีการถ่วงเวลาไว้ถึง 10 เดือน ก่อนที่จะมีการปัดตกคำร้อง ของพรรคประชาชนที่ต้องการให้ตรวจสอบคณะกรรมการป.ป.ช. เคยมีมติตกคดียืมนาฬิกาเพื่อน ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่รอบนี้ตนก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ระยะเวลามากถึง 10 เดือน เพราะรอบนี้ด้วยข้อเท็จจริงที่ชัดเจน จึงไม่มีภาระที่จะต้องพิสูจน์ที่สูงมากนัก เพราะประธานรัฐสภาไม่ต้องฟันธงว่าป.ป.ช. ผิดหรือไม่ เพียงแค่พิจารณาว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ ซึ่งสามารถทำด้วยความรวดเร็ว จึงฝากสื่อมวลชนไปถามประธานรัฐสภาว่าสามารถทำได้เมื่อไหร่ และฝ่ายค้านจะมีการทวงถามอย่างต่อเนื่อง

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หากเกิดกรณีถูกปัดตก เราหวังว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ประธานรัฐสภา ต้องพิจารณาด้วยเหตุและผลจากข้อเท็จจริง จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ส่งเรื่องต่อให้กับประธานศาลฎีกา แต่หากถูกปัดตกจริงจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ก็สามารถยื่นร้องเอาผิดกับประธานรัฐสภา ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157

เมื่อถามถึงกรณีที่ไปยื่นคำร้องให้ป.ป.ช. เปิดเผยคำวินิจฉัยที่มีการยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม หากครบ 30 วันแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบจะมีการดำเนินการต่อ เช่นกรณียืมนาฬิกาเพื่อน ของพลเอกประวิตร หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนจะไปทวงถามความคืบหน้าอีกครั้ง แต่จากการที่เจ้าหน้าที่ของป.ป.ช. มาชี้แจงในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ซึ่งได้รับแจ้งว่าฝ่ายกฎหมายป.ป.ช. กำลังตรวจสอบข้อกฎหมายว่าเอกสารใดบ้างที่สามารถเปิดเผยได้ และเมื่อครบกำหนด 30 วัน หลังจากตนไปยื่นคำร้องขอเอกสาร ในทางกฎหมายตนก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการต่อ โดยยื่นต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลต่อไป และหวังว่าจะได้เอกสารโดยเร็ว รวมถึงป.ป.ช. คงไม่ถ่วงเวลา และเชื่อว่าป.ป.ช. คงเห็นแล้วว่าการพยายามปกปิดเอกสารต่างๆ จุดจบเป็นอย่างไร

Advertisement

แชร์
"ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์"แท็กทีมยื่นฟ้องป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดีซุกหุ้นศักดิ์สยาม