
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ 2571 วาระ 2 มาตรา 24 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าขอสงวนคำแปรญัตติของกระทรวงศึกษาธิการ โดยพุ่งเป้าไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่าครุภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแต่ได้บรรจุในเล่มขาวคาดแดงเงินก็ออกแล้ว ที่วันนี้กระบวนการได้ผ่านการพิจารราของคณะกรรมาธิการแล้วก็ยิ่งไปกันใหญ่เพราะมีคนที่ทนไม่ได้ถ่ายเอกสารรายการที่ล็อกสเป็คส่งมาให้ตนจำนวนมาก
นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า การล็อกสเปกของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แม้เป็นรายที่ไม่แพงราคาที่ 3-7 ล้านบาท ซึ่งมีรายการจำนวนไม่น้อยที่เป็นของคนกลุ่มหนึ่งที่เขียนชื่อครุภัณฑ์มาแล้วเรียบร้อยที่จะนำไปสู่การล็อกสเป็คเมื่อกำหนด TOR
นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า จุดที่เลวร้ายที่สุดคือการล็อกสเปกในเอกสารขาวคาดแดง ที่ถูกล็อกสเปกมาแล้วเรียบร้อย เชื่อว่าส่วนนี้กรรมาธิการอาจไม่เข้าใจเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานช่าง และ หุ่นยนต์โดยเฉพาะ เช่น เช่น การจัดซื้อชุดฝึกการคัดแยกสินค้าอัตโนมัติ ในระบบลอจิสติกส์ ชุดควบคุม 6D mouse ซึ่งราคาซื้อจริงในตลาดถูกกว่าราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา จึงอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ส่อถึงการทุจริต และเอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัท ที่มีราคาเพียง 4.8 ล้านบาท แต่เมื่อซื้อจริงราคาจะดีดขึ้น
"วันนี้กระบวนการล็อกสเปกของสำนักงานอาชีวะเหิมเกริมที่สุดในประเทศเพราะล็อกตั้งแต่อยู่ในขาวคาดแดง เพราะโครงการอื่นของกระทรวงอื่นในวาระล็อกสเปก จะไปล็อกในส่วนรายละเอียด และ TOR เวลามาของบประมาณไม่มีใครมากล้าล็อคสเปค แต่ปรากฏว่าของอาชีวะล็อคสเปคตั้งแต่อยู่ในขาวคาดแดง" นายแพทย์วรงค์ กล่าว
นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นการล็อคสเปกยัดไส้ตั้งแต่กรรมาธิการมาแล้ว โดยได้ยกตัวอย่างรายการหุ่นยนต์เชื่อมอุตสาหกรรม และชุดควบคุม 6D Mouse เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหว 6 ทิศทาง คำนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ใดต่อบริษัทใด หรือยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น ตนรับไม่ได้ที่ผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพลในสำนักงานอาชีวะมาหาผลประโยชน์กับการเรียนของน้องๆ ที่เป็นลูกหลานของเรา กระบวนการล็อกสเปคได้เกิดขึ้นแล้ว จึงขอตั้งคำถามว่าเรื่องนี้ใครจะกล้าทำ เรื่องนี้คนปกติไม่กล้าทำ แต่เมื่อเช็คแล้วพบว่าคนที่ทำคือ M50 เรื่องนี้โทรเช็กที่กระทรวงศึกษาธิการสำนักงานอาชีวศึกษาจะรู้ว่าเป็นใครเพราะคนที่จะขึ้นเป็นใหญ่ต้องจ่าย 50 ล้าน เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนี้
"วันนี้ไปถามว่า M50 เป็นใคร ที่มีอิทธิพลหาผลประโยชน์มาต่อเนื่องและกำลังจะเป็นใหญ่ ข้อมูลที่แจ้งมาถึงผมว่าหลังจากขึ้นตำแหน่ง M50 นี้จะต้องจ่ายอีกปีละ 70 ล้านเพื่อรักษาตำแหน่ง เหตุการณ์แบบนี้ในวงการศึกษาไทย เอาคนพวกนี้มาหากินมาหาผลประโยชน์กับการศึกษาของประเทศไม่ได้"
พร้อมกันนี้อยากเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการหรือ รัฐมนตรียศชนัน ช่วยดูแลจัดการ M50 ให้ได้ จึงขอตัดงบประมาณของสำนักงานอาชีวศึกษาที่ 10%
Advertisement