
วันที่ 8 ก.ย. 69 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของอดีตแกนนำและบุคคลในกลุ่มอนุรักษนิยมที่ออกมาจัดชุมนุม ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ยังไม่น่าจะมีพลังเพียงพอที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล เนื่องจากบริบทการเมืองและรูปแบบการเคลื่อนไหวของประชาชนเปลี่ยนไปจากเมื่อ 10–20 ปีก่อนอย่างมาก
รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า บุคคลหลายคนที่กลับมาเคลื่อนไหวในเวลานี้เคยมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ช่วงปี 2548–2549 และต่อเนื่องถึงการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงปี 2556–2557 แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งตัวบุคคล ฐานมวลชน และบริบททางการเมืองล้วนเปลี่ยนแปลง จนเปรียบกลุ่มการเมืองรุ่นเก่าบางส่วนว่าเป็นยาหมดอายุ ที่ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้เหมือนในอดีต
ปัจจัยสำคัญคือการเมืองภาคประชาชนได้เปลี่ยนจากรูปแบบ Collective Action หรือการรวมมวลชนจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่ชุมนุม ไปสู่ Connective Action ซึ่งใช้เครือข่ายและสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงผู้คน เห็นได้จากการเคลื่อนไหวของเยาวชนในช่วงปี 2563–2564 ที่ไม่ได้เน้นการปักหลักชุมนุมยาวนาน แต่สามารถนัดหมาย กระจายข้อมูล และสร้างประเด็นผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้ รูปแบบการจัดเวที การลงชื่อเรียกร้อง หรือการนัดมวลชนลงถนน ซึ่งเคยเป็นเครื่องมือสำคัญของกลุ่มการเมืองรุ่นก่อน จึงไม่ได้มีอิทธิพลต่อสังคมเท่าเดิม และเป็นพื้นที่ที่กลุ่มอนุรักษนิยมรุ่นเก่าไม่ได้มีความได้เปรียบเหมือนในอดีต จึงประเมินว่า การนัดหมายเคลื่อนไหว ยังไม่น่าจะสามารถสร้างแรงกดดันถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้
รศ.ดร.ยุทธพร ยังชี้ว่า หากย้อนกลับไปดูการเมืองไทยตลอดประมาณ 20 ปี การเปลี่ยนรัฐบาลครั้งสำคัญไม่ได้เกิดขึ้นจากพลังของการชุมนุมบนท้องถนนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับกลไกอื่น ทั้งการรัฐประหาร กระบวนการทางกฎหมาย ตลอดจนสิ่งที่เรียกกันว่า “ตุลาการภิวัฒน์” และ “นิติสงคราม” ดังนั้น การมีม็อบเกิดขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่จุดจบของรัฐบาลโดยอัตโนมัติ
อีกความแตกต่างสำคัญคือ ในอดีตการระดมมวลชนสามารถใช้ “ระบอบทักษิณ” เป็นศูนย์กลางของวาทกรรมทางการเมืองได้อย่างมีพลัง เนื่องจากทักษิณ ชินวัตร มีบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ในบางช่วงจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง
แต่สถานการณ์ของรัฐบาลปัจจุบันแตกต่างออกไป แม้จะมีความพยายามเชื่อมโยงนายเนวิน ชิดชอบ กับสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” แต่ รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า นายเนวินไม่ได้เปิดหน้าแสดงบทบาททางการเมืองในลักษณะเดียวกับกรณีของนายทักษิณ ขณะเดียวกัน นายอนุทินและนายเนวินไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด อีกทั้งทายาทของนายอนุทินไม่ได้เข้ามามีบทบาททางการเมือง ขณะที่บิดาก็วางมือไปแล้ว ทำให้การสร้างวาทกรรมเรื่อง “ตระกูลการเมือง” หรือ “ระบอบอำนาจ” เพื่อระดมการต่อต้านทำได้ยากกว่าในอดีต
สำหรับประเด็นการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า พื้นที่การตรวจสอบในปัจจุบันกลับถูกขับเคลื่อนโดยพรรคประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคม เช่น iLaw มากกว่ากลุ่มอนุรักษนิยมรุ่นเดิม สะท้อนให้เห็นว่าศูนย์กลางของการตรวจสอบทางการเมืองได้เคลื่อนย้ายไปสู่ผู้เล่นชุดใหม่แล้ว
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ยุทธพร ยังวิเคราะห์บทบาทพรรคประชาชนว่า มีลักษณะเป็น “นีโอประชาธิปัตย์” มากขึ้น โดยการเมืองและการตรวจสอบจำนวนมากเกิดขึ้นผ่านพื้นที่ออนไลน์ ขณะที่นักการเมืองบางคน เช่น พริษฐ์ วัชรสินธุ และรักชนก ศรีนอก สามารถสร้างกระแสจากประเด็นเฉพาะด้านได้โดดเด่นกว่าภาพรวมของพรรค
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนสิ่งที่ รศ.ดร.ยุทธพร เรียกว่า “การเมืองแบบอัลกอริทึม” ซึ่งความนิยมและความสนใจของสังคมไม่ได้ถูกกำหนดโดยตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือผู้นำฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลใดสามารถสร้างประเด็นและเข้าถึงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้มากกว่า
ส่วนสถานะของรัฐบาล รศ.ดร.ยุทธพร ประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยยังมีฐานทางการเมืองและกลไกสนับสนุนที่ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ขณะที่กลุ่มอนุรักษนิยมรุ่นเก่าที่ออกมาเคลื่อนไหวจำนวนหนึ่งไม่ได้มีตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่อยู่ในโครงสร้างการเมืองปัจจุบัน จึงยิ่งทำให้ศักยภาพในการสร้างแรงกดดันลดลง
รศ.ดร.ยุทธพร จึงมองว่า การนำโมเดลการเมืองยุคต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” กลับมาใช้กับรัฐบาลอนุทินอาจไม่ให้ผลเช่นเดิม เพราะทั้งผู้เล่น ฐานมวลชน เทคโนโลยี และพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว
จากยุคที่เวทีปราศรัยและจำนวนคนบนถนนสามารถกำหนดวาระทางการเมือง วันนี้สมรภูมิสำคัญย้ายเข้าสู่ เครือข่ายออนไลน์ การแข่งขันด้านข้อมูล และการเมืองแบบอัลกอริทึม มากขึ้น ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองรุ่นเก่า แม้จะสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ยังห่างจากระดับที่จะกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในเวลานี้
Advertisement