
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดการสัมมนาวิชาการ "วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก" ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ในหัวข้อ "ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ" ว่า ปัญหาที่ใหญ่สำคัญตน ในการทำงานการเมือง 30 ปี ความล้มเหลวที่สำคัญที่สุด คือ หลักการความรับผิดชอบของนักการเมือง ที่ไม่เคยปฏิบัติได้อย่างจริงจัง ในต่างประเทศบางประเทศ ไม่มีองค์กรอิสระ ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อสังคมทราบ หรือเริ่มตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลนักการเมือง จะแสดงความรับผิดชอบเองตั้งแต่ต้น เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือแคนนาดา ซึ่งถ้าเจ้าตัวไม่รับผิดชอบ พรรคการเมืองต้นสังกัด ก็จะเป็นผู้จัดการ แต่ระบบพรรคการเมืองของไทย เกือบทุกพรรค มีลักษณะมีเจ้าของ จึงเป็นเรื่องยาก ที่จะใช้กลไกดังกล่าว ยกเว้น เจ้าของพรรค กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค จะมีปัญหากัน
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แนวคิดองค์กรอิสระ เกิดขึ้นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อมาตรวจสอบ ถ่วงดุล นักการเมือง ที่ใช้อำนาจ หรือเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบ แต่เมื่อวันนี้เกิดวิกฤตศรัทธา จนมีผู้เสนอให้โล๊ะทิ้ง และใช้คำสวยหรูไม่ประชาชนชี้ขาดการเมืองตั้ง แต่ตนไม่อยากให้ประเทศไทย วนอยู่ในวัฏจักรเหล่านี้ และเริ่มแรกของการใช้องค์กรอิสระ ทุกคนเริ่มมีความหวัง แต่นักการเมือง ก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เพื่อหาวิธีการแทรกแซงองค์กรอิสระ และวุฒิสภา ที่มีอำนาจการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ จนรัฐธรรมนูญ 2550 ได้แก้ปัญหาที่มาวุฒิสภา โดยใช้ สว.ลูกผสมมีทั้งสรรหา และการเมืองตั้ง แต่ก็ยังไม่พ้นข้อครหา จนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 2560 ที่คณะรัฐประหารลงมาเล่นทางการเมืองด้วยตนเอง และใช้ระบบเลือก สว.อย่างปัจจุบัน จนการแทรกแซงครบวงจรยึดวงจรวุฒิสภา เพื่อส่งคนเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ และหากบุคคลเหล่านั้นเชื่อมโยงนักการเมืองที่มีอำนาจบริหาร กลไกครบวงจรก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น ที่มาขององค์กรอิสระ จึงเป็นหัวใจสำคัญ
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ปัจจุบันยังมีปัญหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เพื่อปิดกั้นการตรวจสอบจากภายนอก ดังนั้น ที่มาขององค์กรอิสระจะถูกยึดแล้ว แต่ก็ยังเกิดกลไกการปิดกั้นกลไกการตรวจสอบองค์กรอิสระ มีองค์กรสามารถวินิจฉัยที่ขัดต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ หรือไม่แจ้ง ไม่แถลงข่าวการชี้มูลก็ได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่กรรมาธิการฯ จะมีพูดคุยกันถึงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ
นายอภิสิทธิ์ ยังเสนอทางออกว่า หากมีโอกาสการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ถือเป็นโอกาสทอง และตนยังยืนยัน ถึงความสำคัญขององค์กรอิสระ ตราบใดที่นักการเมือง ยังไม่สามารถกำกับดูแลกันเองได้ แต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังมีอุปสรรค ก็ควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทั้งที่มาขององค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา ที่มาทำหน้าที่คัดสรรองค์กรอิสระ รวมถึงกลไกใดบิดเบี้ยว เช่น รัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคในการตรวจสอบการทำหน้าที่ ป.ป.ช.ที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจประธานรัฐสภา ใช้ดุลยพินิจไม่ส่งศาลยุติธรรมตรวจสอบได้ ก็จะต้องแก้ไข เพื่อให้องค์กรอิสระที่ใช้อำนาจตรวจสอบ ถูกตรวจสอบได้เช่นกัน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า หากวันนี้พรรคการเมืองจะโดยเปิดเผยหรือแอบ ยึดครองวุฒิสภา เพื่อส่งคนเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระ ก็ช่วยเหลือฝ่ายบริหาร และไม่ให้วุฒิสภาผิด และไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้ เพราะประธานรัฐสภายืนขวางอยู่ ตนก็รู้สึกว่า คนเหล่านี้ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือไม่ เพราะหลักประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงการเลือกตั้ง แต่เป็นหลักการรับผิดชอบต่อประชาชน
Advertisement